เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา รัฐสภาเซเนกัลมีมติผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยคะแนนเสียง 129 ต่อ 0 โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนที่เข้าร่วมการประชุมลงคะแนนเห็นชอบ ไม่มีผู้ใดคัดค้าน
สาระสำคัญของการแก้ไขอยู่ที่ มาตรา 17 เดิม ซึ่งระบุเพียงว่า “การสมรสและครอบครัวเป็นรากฐานทางธรรมชาติและศีลธรรมของสังคม และอยู่ภายใต้การคุ้มครองของรัฐ”
แต่หลังการแก้ไข ได้มีการเพิ่มข้อความใหม่ว่า “การสมรสคือการอยู่ร่วมกันของผู้ชายและผู้หญิง”
การระบุข้อความดังกล่าวไว้ในรัฐธรรมนูญ ทำให้การรับรองการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกันในอนาคตแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะกฎหมายหรือคำวินิจฉัยของศาลใด ๆ ที่ขัดกับรัฐธรรมนูญจะไม่สามารถบังคับใช้ได้ อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขไม่ได้ให้คำจำกัดความเพิ่มเติมว่า “ผู้ชาย” และ “ผู้หญิง” หมายถึงอะไรในแง่ชีววิทยา เพศกำเนิด หรืออัตลักษณ์ทางเพศ
นักวิเคราะห์มองว่า การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ใช่เพียงประเด็นเรื่องนิยามของการสมรส แต่ยังสะท้อนกระแสต่อต้าน LGBTQ+ ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในประเทศ
ก่อนหน้านี้มีนักการเมืองรายหนึ่งของเซเนกัลเคยกล่าวถ้อยคำรุนแรงว่า “คนรักเพศเดียวกันจะไม่มีที่หายใจในประเทศนี้อีกต่อไป” คำพูดดังกล่าวสร้างความกังวลให้กับองค์กรสิทธิมนุษยชนทั่วโลก ซึ่งเตือนว่าการแก้รัฐธรรมนูญอาจยิ่งเปิดช่องให้เกิดการเลือกปฏิบัติ การคุกคาม และความรุนแรงต่อชาว LGBTQ+ มากขึ้น
ปัจจุบัน เซเนกัลเป็นหนึ่งในประเทศที่ยังมีกฎหมายเอาผิดความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างผู้ชายด้วยกันโดยสมัครใจ และมีรายงานว่าชาว LGBTQ+ ต้องเผชิญทั้งการจับกุม การคุกคาม และการตีตราทางสังคมมาอย่างต่อเนื่อง
นักสิทธิมนุษยชนยังชี้ว่า การแก้รัฐธรรมนูญของเซเนกัลถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณของความเสื่อมถอยด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศในหลายประเทศ โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกา ซึ่งบางรัฐเริ่มใช้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือปิดกั้นการสมรสเท่าเทียมอย่างชัดเจน
สำหรับเครือข่ายนักเคลื่อนไหวและองค์กรสิทธิมนุษยชนทั่วโลก การแก้ไขรัฐธรรมนูญของเซเนกัลครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนถ้อยคำในกฎหมาย แต่ยังสะท้อนถึงความท้าทายที่ชุมชน LGBTQ+ ยังคงต้องเผชิญในหลายประเทศ แม้หลายพื้นที่ของโลกจะเดินหน้ารับรองสมรสเท่าเทียมและขยายสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ แต่ในอีกหลายแห่ง การต่อสู้เพื่อการได้รับการยอมรับและการคุ้มครองตามกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป
ที่มาของข้อมูล: