เขาอาจไม่ได้เป็นนักบาสที่มีสถิติหวือหวาที่สุดในประวัติศาสตร์ NBA แต่สิ่งที่เขาทำในปี 2013 กลับมีความหมายมากกว่าตัวเลขบนสกอร์บอร์ด เพราะ Collins เลือกเปิดเผยว่าเขาเป็นเกย์ ในขณะที่ยังเป็นนักบาสอาชีพอยู่
การตัดสินใจครั้งนั้นทำให้เขากลายเป็นนักบาส NBA คนแรกที่เปิดเผยตัวว่าเป็นเกย์ และเป็นหนึ่งในนักกีฬาอาชีพชายจากลีกกีฬาระดับใหญ่ของสหรัฐฯ ที่กล้าเปิดเผยตัวตนในช่วงที่ยังอยู่บนเส้นทางอาชีพ
ใครคือ Jason Collins?
Collins เกิดในปี 1978 ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย และเติบโตมากับ Jarron Collins พี่ชายฝาแฝด ซึ่งต่อมาก็กลายเป็นนักบาส NBA เช่นเดียวกัน
เขาเล่นบาสให้ Stanford University ก่อนเข้าสู่ NBA ในปี 2001 และตลอดระยะเวลา 13 ฤดูกาล เขาเคยเล่นให้กับหลายทีม ทั้ง New Jersey Nets, Memphis Grizzlies, Minnesota Timberwolves, Atlanta Hawks, Boston Celtics, Washington Wizards และ Brooklyn Nets
แต่สิ่งที่ทำให้ชื่อของเขาถูกจดจำไปไกลกว่าสนามบาส เกิดขึ้นใวันที่ 29 เมษายน 2013 เมื่อ Collins เปิดเผยตัวตนว่าเป็นเกย์ ผ่านบทความใน Sports Illustrated
เขาไม่ได้รอให้ตัวเองเลิกเล่นกีฬา ไม่ได้รอจนหมดสัญญา และไม่ได้รอให้ถึงวันที่รู้สึกว่าปลอดภัยที่สุด
เขาเลือกพูดในวันที่ยังเป็น Jason Collins นักบาส NBA
การเปิดเผยตัวตนของเขากลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก และได้รับกำลังใจจากคนมากมาย รวมถึงนักกีฬาและบุคคลสำคัญในสังคม
แต่สิ่งสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่จำนวนคนที่ออกมาให้กำลังใจ แต่เป็นคนในชุมชน LGBTQ+ อีกมากมายที่ได้เห็นว่า “ถ้าเขาเป็นตัวเองได้ เราเองก็อาจเป็นตัวเองได้เหมือนกัน”
เขาไม่ได้หยุดอยู่แค่การคัมเอ้าท์
หลังเปิดเผยตัวตน Collins ยังกลับลงสนามอีกครั้ง
ในปี 2014 เขาเซ็นสัญญากับ Brooklyn Nets และกลายเป็นนักบาส NBA ที่เปิดเผยตัวว่าเป็นเกย์คนแรกที่กลับมาลงเล่นในเกม NBA หลังจากออกมาเปิดเผยตัวตนต่อสาธารณะ
เขายุติอาชีพนักบาสในปีเดียวกัน แต่เรื่องราวของเขายังเดินหน้าต่อ
เพราะบางครั้ง การสร้างความเปลี่ยนแปลงไม่ได้หมายความว่าเราต้องทำอะไรยิ่งใหญ่ทุกวัน
แค่การเลือก ไม่ซ่อนตัวตนของตัวเอง ก็อาจกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ใครบางคนกล้าที่จะเป็นตัวเองได้แล้ว
ชีวิตที่ได้เป็นตัวเอง
ในเดือนพฤษภาคม 2025 Collins แต่งงานกับ William Green สามีของเขา
แต่เพียงหนึ่งปีต่อมา เรื่องราวของเขาก็ต้องจบลง
Collins เสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2026 ด้วยวัย 47 ปี หลังต่อสู้กับมะเร็งสมองชนิด Stage 4 glioblastoma เป็นเวลาประมาณ 8 เดือน
และหลังจากการจากไป รายละเอียดในพินัยกรรมของเขาก็ถูกเปิดเผย
มรดกก้อนสุดท้ายที่ยังส่งต่อความหวัง
ในเอกสารศาลระบุว่า Collins ทิ้งทรัพย์สินส่วนตัวมูลค่ามากกว่า 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 60 ล้านบาท ให้กับครอบครัว สามี และคนใกล้ชิด
แต่สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ เขายังเลือกมอบทรัพย์สินส่วนหนึ่งให้กับ Glisten และ Point Foundation สององค์กรที่สนับสนุนเยาวชนและนักเรียน LGBTQ+
นั่นทำให้เรื่องราวของ Collins ไม่ได้จบลงพร้อมกับชีวิตของเขา
เพราะแม้เจ้าตัวจะไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว แต่สิ่งที่เขามีอยู่ยังถูกส่งต่อไปช่วยสร้างโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่
Legacy ของคนหนึ่งคน
เมื่อมองย้อนกลับไป Jason Collins ทิ้งไว้มากกว่าอาชีพนักบาส หรือเงินจำนวน 1.8 ล้านดอลลาร์
เขาทิ้งพื้นที่ที่ทำให้คน LGBTQ+ ในวงการกีฬาเห็นว่า เราไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างการเป็นตัวเองกับการทำตามความฝัน และบางที Legacy ที่สำคัญที่สุดของคนคนหนึ่ง อาจไม่ใช่สิ่งที่เขาประสบความสำเร็จเพื่อตัวเอง แต่อาจเป็น ประตูที่เขาเปิดไว้ เพื่อให้คนอื่นเดินผ่านได้ง่ายขึ้น
Jason Collins เคยเดินเข้าสู่สนามในฐานะนักบาสที่เลือกเป็นตัวเอง
วันนี้เขาไม่ได้อยู่ในสนามแล้ว
แต่ประตูที่เขาเปิดไว้ ยังคงเปิดอยู่
และยังมีคนอีกมากมายกำลังเดินผ่านประตูบานนั้นต่อไป
ที่มาของข้อมูล:
- https://www.thepinknews.com/2026/09/11/james-talarico-trans-athletes-girls-sports-safety-fairness/
- https://www.texastribune.org/2026/09/09/james-talarico-trans-sports-reversal-lgbtq-rights-texas-us-senate-race/
- https://www.attitude.co.uk/news/democratic-candidate-james-talarico-oppose-trans-athletes-534054/