ARTICLE

ทำความรู้จักกับผู้หญิงทั้ง 16 คน ผู้ขับเคลื่อนโลก

ทำความรู้จักกับผู้หญิง 16 คนผู้ขับเคลื่อนโลกวันสตรีสากล GENDERATION

เนื่องในโอกาสวันสตรีสากลนี้ Genderation เราอยากพามาทำความรู้จักกับผู้หญิงทั้ง 16 คน จากหลากหลายประเทศทั่วโลก แต่ละคนล้วนมากด้วยความสามารถเฉพาะด้าน และมีบทบาทสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนโลกใบนี้ไปข้างหน้า ทั้งเรื่องสิทธิการเคลื่อนไหวเพื่อสังคม และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมาย

1. Aruna Roy (อรุณา รอย), อินเดีย

นักกิจกรรมเพื่อสังคม

ผู้รณรงค์เคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของคนยากจนในอินเดีย และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งองค์กรระดับรากหญ้า “มาซดูร์ ไกศัน ศักติ สังกาธาน” (MKSS) ซึ่งมุ่งเน้นเรื่องความโปร่งใสของภาครัฐและค่าแรงที่เป็นธรรม เธอยังมีบทบาทเด่นในการผลักดันให้ออกกฎหมายสำคัญในปี 2005 ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ให้สิทธิแก่พลเมืองในการเรียกร้องความรับผิดชอบจากรัฐบาลได้

ตลอดช่วงเวลา 4 ทศวรรษที่ผ่านมา Aruna Roy อยู่ในแนวหน้าของความริเริ่มที่มีประชาชนเป็นผู้นำเสมอ ทำให้เธอได้รับรางวัลจากหลายสถาบัน รวมทั้งรางวัลแมกไซไซที่เรียกกันว่าเป็น “รางวัลโนเบลแห่งภูมิภาคเอเชีย” อีกด้วย

2. Kim Yeji (คิม เยจี), เกาหลีใต้

นักกีฬายิงปืนโอลิมปิก

นักยิงปืนสั้นที่กลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดียช่วงการแข่งขันปารีส 2024 พร้อมชัยชนะเหรียญเงินในกีฬายิงปืน 10 เมตร  วิดีโอของเธอกลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดีย ผู้คนไม่เพียงชื่นชมฝีมือของเธอเท่านั้น แต่ยังพูดถึงท่าทางเยือกสุขุม สมาธิอันแน่วแน่ และท่าทางที่เหมือนหลุดมาจากหนังไซ-ไฟ โดยมีแผ่นปิดตาที่ช่วยให้ยิงแม่นยำ

นอกจากนี้เธอยังสร้างสถิติโลกใหม่ในกีฬายิงปืน 25 เมตร ปืนสั้นสตรี ในการแข่งขัน ISSF World Cup ที่เมืองบากูในปีเดียวกัน และปัจจุบันเธอได้พักจากแข่งขันเพื่อทำหน้าที่แม่ ผู้กำลังง่วนอยู่กับการดูแลลูกวัย 6 ขวบ 

จากผลงานในฐานะนักกีฬายิงปืน และแม่ Kim Yeji ถือว่าเป็นบุคคลสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจด้านความมุ่งมัน การมีวินัยต่อหน้าที่สำหรับผู้หญิงเอเชียและทั่วโลก 

3. Guerline M. Jozef (เกอร์ลีน เอ็ม. โจเซฟ), เฮติ

นักรณรงค์เพื่อสิทธิของผู้อพยพ

เธอทำงานอยู่ในพื้นที่ซ้อนทับระหว่างปัญหาการเมืองและเชื้อชาติของสหรัฐฯ เกอร์ลีน เอ็ม. โจเซฟ เป็นสตรีผู้หนึ่งที่รณรงค์เคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อสิทธิของผู้อพยพ

เธอก่อตั้งองค์กรที่มีกลุ่มสตรีเป็นผู้นำ ชื่อว่า “พันธมิตรข้ามฝ่ายของชาวเฮติ” (Haitian Bridge Alliance) ซึ่งมุ่งทำงานเพื่อคนที่มีเชื้อสายแอฟริกัน

ภายใต้การนำของโจเซฟ ในปีก่อนองค์กรของเธอเคยยื่นฟ้องคดีอาญาต่อโดนัลด์ ทรัมป์ จากกรณีที่เขากล่าวหาผู้อพยพชาวเฮติโดยปราศจากหลักฐานยืนยันว่าคนกลุ่มนี้ “กินสัตว์เลี้ยง” ของชาวอเมริกัน ระหว่างที่กล่าวปราศรัยหาเสียงเพื่อชิงชัยในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เมืองสปริงฟีลด์ รัฐโอไฮโอ

4. Huang Jie (ฮวาง เจีย ), ไต้หวัน

นักการเมือง

ฮวาง เจีย เป็นที่รู้จักในฐานะผู้สนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ และสร้างประวัติศาสตร์ในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา เมื่อเธอชนะการเลือกตั้งในรัฐสภา และกลายเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติ LGBTQ+ คนแรกที่เปิดตัวในไต้หวัน

เธอนำเสนอการปฏิรูปครั้งใหญ่ในช่วงดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมถึงรับรองสิทธิของผู้หญิงโสดและคู่รักเลสเบี้ยนในการเข้ารับการรักษาภาวะมีบุตรยาก และสนับสนุนกฎหมายที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหาการเข้าไม่ถึงผ้าอนามัยของผู้หญิง

5. Olivia McVeigh (โอลิเวีย แมคเว), สหราชอาณาจักร

ช่างแต่งหน้า

หลังจากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคผมร่วง โอลิเวีย แมคเว ก็เริ่มสำรวจโลกแห่งวิกผม เธอได้ลองใช้วิกสไตล์ใหม่ ๆ และทดลองทำผมแบบอื่น โดยสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อให้กำลังใจและเสริมพลังให้กับผู้หญิงที่ประสบภาวะผมร่วง

ด้วยผู้ติดตามเกือบครึ่งล้าน เธอได้ทำให้การสวมวิกเป็นเรื่องปกติ พร้อมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอาการผมร่วงและสุขภาพของผู้หญิง

6. Gaby Moreno (กาบี โมเรโน), กัวเตมาลา

นักดนตรี

เธอคือนักร้องและนักแต่งเพลงที่มีชื่อเสียงในแวดวงดนตรีของภูมิภาคละตินอเมริกา Gaby Moreno ได้ฝ่าฟันอุปสรรคจนกลายเป็นศิลปินยอดนิยมในกระแสหลัก เมื่อเธอได้รับรางวัลแกรมมี สาขาอัลบั้มเพลงป็อปละตินยอดเยี่ยมในปีนี้

ด้วยเอกลักษณ์การแต่งเพลงที่ใช้สองภาษา ทั้งรับอิทธิพลจากดนตรีแนวอเมริกานา, โซล, และลูกทุ่งแบบละติน ทำให้ดนตรีและเสียงร้องที่เปี่ยมด้วยอารมณ์ของเธอ สามารถสะท้อนให้เห็นมรดกทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย

Moreno ยังเป็นชาวกัวเตมาลาคนแรก ที่ได้รับตำแหน่งทูตสันถวไมตรีของกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติหรือยูนิเซฟ (UNICEF) โดยเน้นทำหน้าที่รณรงค์ส่งเสริมสิทธิเด็ก

ล่าสุดเธอได้เริ่มโครงการรณรงค์ใหม่ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงอุปกรณ์ทางการศึกษาที่มีคุณภาพในประเทศกัวเตมาลา ซึ่งปัจจุบันมีตัวเลขประมาณการว่า เด็กชายหญิงถึง 2.7 ล้านคน ยังคงอยู่นอกระบบการศึกษาในโรงเรียน

7. Annie Sinanduku Mwange (แอนนี ซินันดูกู มวังเก), สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

พนักงานทำงานในเหมือง

ในฐานะผู้หญิงในธุรกิจเหมืองแร่ของคองโก Annie Sinanduku Mwange  เป็นผู้นำการเคลื่อนไหวในระดับรากหญ้าเพื่อต่อสู้กับความไม่เท่าเทียมและการล่วงละเมิดทางเพศในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ซึ่งแรงงานครึ่งหนึ่งในเหมืองหินขนาดเล็กเป็นผู้หญิง

ในฐานะผู้นำของเครือข่ายผู้หญิงเรเนเฟม (Renafem) ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ของประเทศ เธอแสดงตนในฐานะ ‘mère boss’ หรือ “นายแม่” ด้วยการให้ผู้หญิงเป็นผู้นำในแหล่งขุดจุดต่าง ๆ เพื่อป้องกันการถูกเอารัดเอาเปรียบทางเพศจากเพื่อนร่วมงานชาย

8. Elaha Soroor (เอลาฮา โซรูร์ ), อัฟกานิสถาน

นักร้องและนักแต่งเพลง

ในช่วงเวลาที่เสียงของผู้หญิงในอัฟกานิสถานถูกลบไปจากชีวิตสาธารณะ Elaha Soroor ในฐานะนักร้องได้แต่งเพลงสดุดีชื่อ Naan, Kar, Azadi! (แปลว่า ขนมปัง งาน อิสรภาพ!) เพื่อตอบโต้การปราบปรามนี้และส่งข้อความให้กำลังใจ ร่วมสนับสนุนสิทธิสตรี

ซึ่งเพลงดังกล่าวได้เปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคม ที่เวทีการประชุมสุดยอดสำหรับสตรีชาวอัฟกัน (All-Afghan Women Summit) ที่ไม่เคยจัดขึ้นมาก่อนในแอลเบเนีย

9. Maria Teresa Horta (มาเรีย เทเรซา ฮอร์ตา ), โปรตุเกส

นักกวี

Maria Teresa Horta  เป็นนักเขียนและนักข่าว เธอเป็นหนึ่งในนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีที่มีชื่อเสียงที่สุดของโปรตุเกสและเป็นผู้เขียนหนังสือที่ได้รับรางวัลหลายเล่ม แต่เธออาจจะเป็นที่รู้จักที่สุดในฐานะนักเขียนร่วมในหนังสือที่มีชื่อว่า Novas Cartas Portuguesas (แปลเป็นไทยได้ว่า จดหมายโปรตุเกสฉบับใหม่) ซึ่งได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติ

ครั้งหนึ่งหนังสือรวมเรื่องสั้น กวีนิพนธ์ และหนังสือเกี่ยวกับอีโรติก ถูกสั่งห้ามเผยแพร่ในปี 1972 อย่างรวดเร็ว โดยรัฐบาลเผด็จการของโปรตุเกส Horta  พร้อมกับเพื่อนนักเขียนต้องขึ้นศาลในข้อหาลามกอนาจารและ “การละเมิดเสรีภาพในการสื่อสาร”

คดี The Three Marias ซึ่งเป็นชื่อที่พวกเธอได้รับ กลายเป็นข่าวพาดหัวและสร้างแรงบันดาลใจให้กับการประท้วงทั่วโลก โดยการพิจารณาคดีของพวกเธอสิ้นสุดลงหลังจากเกิดการปฏิวัติคาร์เนชั่นในปี 1974 ซึ่งทำลายระบอบการปกครองดังกล่าวลง และในปีนี้ถือเป็นครบรอบ 50 ปีของเหตุการณ์สำคัญครั้งนั้น

10. Johana Bahamón (โจฮานา บาฮามอน ), โคลอมเบีย

นักเคลื่อนไหวเพื่อสังคม

การไปเยือนเรือนจำโคลอมเบียได้เปลี่ยนชีวิตของนักแสดงหญิงอย่าง Johana Bahamón ซึ่งได้เป็นแรงบันดาลใจให้เธอทำงานเพื่อผู้ที่ต้องการ “โอกาสครั้งที่สอง”

ในปี 2012 เธอเปลี่ยนอาชีพจากการแสดงมาเป็นการสนับสนุนการปฏิรูปเรือนจำ และก่อตั้ง Fundación Acción Interna ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่สนับสนุนประชากรเรือนจำในโคลอมเบียและผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวแล้ว

มีรายงานว่ามูลนิธิของเธอเข้าถึงผู้คนมากกว่า 150,000 คน รวมถึงศูนย์กักกัน 132 แห่งทั่วประเทศ

11. Zhina Modares Gorji (เซอนา โมดาเรส กอร์จี), อิหร่าน

นักรณรงค์เพื่อสิทธิสตรี

นักข่าวและนักกิจกรรมชาวเคิร์ด Zhina Modares Gorji  ร่วมก่อตั้งสมาคมผู้หญิงเซอวาโน (Zhivano Women’s Association) ในปี 2019 สมาคมนี้ใช้การให้การศึกษา การประท้วง และการให้การสนับสนุนในการต่อสู้กับความรุนแรงที่กระทำต่อผู้หญิง

เธอถูกจับกุมสองครั้งนับตั้งแต่ขบวนการ Iran’s Woman, Life, Freedom เริ่มต้นขึ้น โมดาเรส กอร์จี ถูกตัดสินครั้งแรกให้จำคุก 21 ปี ฐาน “โฆษณาชวนเชื่อต่อต้านระบอบการปกครอง” ตอนนี้เธอกำลังรับโทษที่ลดลงมาเหลือ 2 ปี 4 เดือน

Zhina Modares Gorji  เคยเป็นสมาชิกของการรณรงค์ One Million Signatures ซึ่งรวบรวมการสนับสนุนจากสาธารณะสำหรับการปฏิรูปกฎหมายในอิหร่าน โดยพยายามแก้ไขกฎหมายละเมิดสิทธิผู้หญิง

12. Kasha Jacqueline Nabagesera (คาชา แจ็กเกอลีน นาบาเกเซรา), อูกันดา

นักรณรงค์เพื่อความหลากหลายและการไม่แบ่งแยก

พฤติกรรมรักเพศเดียวกันเป็นสิ่งผิดกฎหมายในอูกันดาและมีโทษจำคุกสำหรับการกระทำดังกล่าว Jacqueline Nabagesera นักเคลื่อนไหวและบุคคลหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) กำลังต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่กดขี่เหล่านี้

ในฐานะผู้หญิงที่เปิดเผยตัวเองว่าเป็น LGBTQ+ เธอได้สร้างผลกระทบอย่างลึกซึ้งในการรณรงค์ต่อต้านชุมชนความหลากหลายทางเพศทั่วทั้งทวีปแอฟริกา

Jacqueline Nabagesera ประสบความสำเร็จในการฟ้องร้องหนังสือพิมพ์และรัฐบาลยูกันดา จากการใช้ถ้อยคำต่อต้านกลุ่ม LGBTQ+  ซึ่งถือว่าเป็นการท้าทายกฎหมายต่อต้านการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกันในศาลยูกันดาถึงสองครั้ง นับตั้งแต่มีการบังคับใช้เมื่อปี 2023

13. Firda Marsya Kurnia (ฟิรดา มาร์เซีย คูร์เนีย), อินโดนีเซีย

นักดนตรีวงดนตรีเฮฟวีเมทัล

การท้าทายบรรทัดฐานทางเพศและศาสนาเป็นสิ่งที่ Firda Marsya Kurnia รู้สึกสบายใจในฐานะนักร้องนำและมือกีตาร์ของวงดนตรีเฮฟวีเมทัล Voice of Baceprot ที่ประกอบด้วยผู้หญิงล้วนที่สวมฮิญาบ

เนื้อเพลงของวงนี้แสดงถึงความหงุดหงิดที่พวกเขามีต่อสังคมชายเป็นใหญ่ โดยร้องเป็นภาษาอังกฤษและภาษาซุนดา หนึ่งในภาษาที่พูดแพร่หลายที่สุดในอินโดนีเซีย

ถึงแม้ว่ามีกระแสต่อต้านจากกลุ่มมุสลิมเคร่งศาสนาซึ่งไม่ให้การตอบรับที่ดีนัก เมื่อเห็นว่าพวกเธอตั้งวงเฮฟวีเมทัลขึ้นมา

แต่วงนี้ก้าวมาไกลมากนับจากจุดเริ่มต้นเมื่อ 10 ปีก่อนที่โรงเรียนประจำหมู่บ้านในเมืองการุต จังหวัดชวาตะวันตก ปีนี้พวกเธอได้เปิดการแสดงที่แกลสตันบูรี (Glastonbury) โดยถือเป็นวงดนตรีอินโดนีเซียวงแรกในประวัติศาสตร์ 54 ปีของเทศกาลดนตรีอีกด้วย

14. Nour Emam (นูร์ อีมาม), อียิปต์

นักธุรกิจด้านเทคโนโลยีเพื่อสตรี

Nour Emam  คือผู้ให้การศึกษาแก่สังคมในเรื่องของสุขภาพทางเพศ โดยมุ่งเน้นการเผยแพร่ความรู้ในประเด็นอย่างสุขอนามัยของสตรีช่วงมีประจำเดือน สุขภาวะของการเจริญพันธุ์ และการเสริมสร้างความตระหนักในเรื่องเพศอื่น ๆ ที่มักจะเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับผู้หญิงในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ

นอกจากนี้เธอยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและเป็นซีอีโอของบริษัท Motherbeing ซึ่งดำเนินกิจการด้านเทคโนโลยีเพื่อสตรี (fem-tech) โดยให้บริการดูแลสุขภาพแบบผสมผสาน ทั้งทางออนไลน์และที่คลินิกแห่งหนึ่งในกรุงไคโร โดยมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้ผู้หญิงเข้าถึงบริการดูแลสุขภาพได้ง่ายขึ้น ด้วยความช่วยเหลือของเทคโนโลยี

เธอมีเป้าหมายที่จะเสริมสร้างพลังอำนาจให้แก่กลุ่มสตรี ผ่านการให้ความรู้เกี่ยวกับร่างกายของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้จากข้อมูลที่มีหลักฐานสนับสนุน พร้อมกับช่วยให้ผู้หญิงเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่น่าเชื่อถือจากทั่วโลก

15. Maheder Haileselassie (มาเฮเดร์ ไฮลีสลาสซี ), เอธิโอเปีย

ช่างภาพ

Maheder Haileselassie ช่างภาพชาวเอธิโอเปีย ได้บันทึกเรื่องราวความโหดร้ายของภัยแล้ง ที่ผลักดันให้ครอบครัวชาวเอธิโอเปียต้องยกลูกสาวให้แต่งงานออกเรือนไปตั้งแต่ยังเด็ก ภาพในหัวข้อนี้ทำให้เธอได้รับรางวัลชนะเลิศ ในการประกวดภาพถ่ายแอฟริกันร่วมสมัยประจำปี 2023

องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนคาดว่า จำนวนเด็กหญิงทั่วโลกที่เสี่ยงจะถูกจับแต่งงานตั้งแต่วัยเยาว์ เนื่องจากครอบครัวต้องเผชิญกับวิกฤตด้านภูมิอากาศ จะมีเพิ่มขึ้นถึง 1 ใน 3 ของสถิติปัจจุบัน ภายในปี 2050

และภาพถ่ายของ Maheder Haileselassie นั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และประสบการณ์ของผู้คนที่เธอได้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ด้วยอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน รวมทั้งมีมุมมองจากประสบการณ์ของเธอเองแฝงอยู่

16. Lourdes Barreto (ลอรด์เจส บาเฮโต), บราซิล

นักรณรงค์เพื่อสิทธิของผู้ให้บริการทางเพศ

Lourdes Barreto คือผู้มีบทบาทนำอยู่เบื้องหลังนักรณรงค์ทางการเมืองจำนวนมาก เธอได้ทุ่มเททั้งชีวิตของเธอแก่ผู้ให้บริการทางเพศในบราซิล เพื่อให้พวกเขาได้รับสิทธิคุ้มครองที่ดีกว่า

ด้วยการเริ่มกิจกรรมการรณรงค์ของเธอในเมือง Belém do Pará ของภูมิภาคแอมะซอน จากนั้นเธอได้ร่วมก่อตั้ง “เครือข่ายโสเภณีชาวบราซิล” ในช่วงทศวรรษ 1980 ซึ่งเป็นองค์กรของขบวนการต่อสู้เพื่อผู้ให้บริการทางเพศแห่งแรก ๆ ของภูมิภาคละตินอเมริกา

ที่มาของข้อมูล: https://www.bbc.co.uk/news/resources/idt-4f79d09b-655a-42f8-82b4-9b2ecebab611 

บทความที่เกี่ยวข้อง