NEWS

ศาลฎีกาสหรัฐฯ กำลังพิจารณาคดี Mahmoud v. Taylor  จากเหตุผู้ปกครองเรียกร้องให้มีมาตรการหลีกเลี่ยงหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ LGBTQ+ ในโรงเรียนเพราะเชื่อว่าเป็นภัยต่อเด็ก

ศาลสูงสุดสหรัฐพิจารณาคดีแบนหนังสือ LGBTQ+ ในโรงเรียน GENDERATION

ดูเหมือนสื่อการเรียนรู้ และหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการสร้างความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศในสหรัฐฯ เป็นสิ่งที่สร้างความวิตกกังวลแก่กลุ่มผู้ปกครองฝั่งอนุรักษ์นิยมอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะผู้ปกครอง 6 คน (3คู่) ที่มีบุตรหลานศึกษาในโรงเรียนรัฐบาลเขตปกครองรัฐแมรีแลนด์ แล้วได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการโรงเรียนในคดี Mahmoud v. Taylor ด้วยการให้เหตุผลว่า โรงเรียนไม่เปิดโอกาสให้เหล่าบุตรหลานของพวกเขาได้มีโอกาสเลือกที่จะปฏิเสธรับสื่อการสอน รวมถึงหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ ซึ่งพวกเขามองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการละเมิดเสรีภาพทางศาสนาอย่างรุนแรง

ซึ่งในขณะนี้ทางศาลชั้นต้นรวมถึงศาลอุทธรณ์ยังคงพิจารณาคดีนี้ นับตั้งแต่การรับพิจารณาคดีเมื่อ 17 มกราคม 2025 และมีกำหนดพิจารณาอีกครั้งเมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมาและถูกเลื่อนพิจารณาออกไปอย่างไม่มีกำหนด  ในเบื้องต้นชั้นศาลให้เหตุผลว่าคำร้องดังกล่าวยังขาดหลักฐานว่าการใช้หนังสือเหล่านี้บังคับให้เด็กต้องเชื่อหรือกระทำตาม หรือมีความขัดกับศาสนาของครอบครัวอย่างไร

อย่างไรก็ตามทาง PEN America องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ทำงานอยู่ระหว่างวรรณกรรมกับสิทธิมนุษยชนเพื่อปกป้องเสรีภาพการแสดงออกในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก รวมถึงผู้เขียนหนังสือที่เกี่ยวข้องได้ออกแถลงการณ์สนับสนุนแนวคิดของโรงเรียนที่โดยชี้แจงว่า การเปิดรับแนวคิดที่แตกต่างไม่ได้เป็นการบังคับให้เด็กเปลี่ยนแปลงความเชื่อ   และหนังสือกลุ่มที่ว่าได้แก่ Pride Puppy และ Uncle Bobby’s Wedding ที่พูดถึงครอบครัวหลากหลายรูปแบบ เป็นหนังสือสำหรับเด็กที่มีตัวละครหรือเนื้อหาเกี่ยวกับ LGBTQ+ และถูกนำมาใช้เป็นสื่อเสริมการสอนเพียงเท่านั้น ไม่ได้รวมอยู่ในหลักสูตรที่บังคับให้ทุกคนต้องเรียนรู้ หรือใช้ในรูปแบบการสอบวัดผลแต่อย่างใด  ซึ่งนับตั้งแต่มีการสั่งแบนหนังสือ LGBTQ+ ในสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้จากข้อมูลของ American Library Association (ALA) พบว่ามีการพยายามแบนหนังสือ 414 ครั้งใน 8 เดือนแรกของปี 2024 นั้นคือเรื่องจริง

ทางฝั่งของผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการต่อต้านการเซ็นเซอร์เตือนว่าหากศาลฎีกาตัดสินเห็นด้วยกับคำร้องดังกล่าว อาจนำไปสู่การสั่งแบนหนังสือเกี่ยวกับ LGBTQ+ เพิ่มขึ้น 39% จากปีที่ผ่านมา รวมถึงอาจส่งผลการกีดกันหนังสือที่มีเนื้อหาสะท้อนประสบการณ์ของกลุ่มชายขอบอื่น ๆ เช่น เชื้อชาติ,ชาติพันธุ์ตามมา และก่อเกิดการเลือกปฏิบัติภายในโรงเรียนมากยิ่งขึ้นอีกด้วย  


ที่มาของข้อมูล: https://pen.org/mahmoud-v-taylor-supreme-court-case/

บทความที่เกี่ยวข้อง

Share This :

บทความที่เกี่ยวข้อง