หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญคือ Ardhanarishvara เทพเจ้ารูปผสมระหว่าง Shiva (พระศิวะ) และ Parvati (พระแม่ปราวตรี) ครึ่งหนึ่งเป็นบุรุษ ครึ่งหนึ่งเป็นสตรี สื่อถึงความสมดุลของพลังชายและหญิงที่อยู่ร่วมกันในร่างเดียว
ภาพของเทพองค์นี้ไม่ได้เป็นเพียงตำนานทางศาสนา แต่ยังสะท้อนอยู่ในศิลปะการแสดงของอินเดีย โดยเฉพาะ Bharatanatyam นาฏศิลป์คลาสสิกที่มีประวัติยาวนานหลายพันปี
จากพิธีกรรมในวิหาร สู่เวทีศิลปะโลก
รากของ Bharatanatyam ย้อนกลับไปอย่างน้อยราว 200 ปีก่อนคริสตกาล หลักฐานปรากฏในภาพจิตรกรรมฝาผนังและประติมากรรมตามวิหาร
ในอดีต การแสดงเหล่านี้ถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มนักเต้นหญิงที่เรียกว่า Devadasi ผู้ถวายการร่ายรำแด่เทพเจ้าในวิหาร ถือเป็นทั้งพิธีกรรมทางศาสนาและศิลปะชั้นสูงของสังคม
แต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 กระแสปฏิรูปสังคม และอิทธิพลของยุคอาณานิคมอังกฤษเริ่มมองระบบ Devadasi ว่าไม่เหมาะสม จนนำไปสู่การกีดกันและการห้ามแสดงในวัดช่วงต้นศตวรรษที่ 20
ภาพถ่ายเก่าอย่างภาพ Baroda Nautch Girls (1902) จึงกลายเป็นหลักฐานสำคัญของนักเต้นยุคก่อน ที่เป็นต้นกำเนิดของ Bharatanatyam บนเวทีสมัยใหม่
การฟื้นคืนของศิลปะคลาสสิก
ช่วงศตวรรษที่ 20 ศิลปะการเต้นแขนงนี้ได้รับการฟื้นฟูโดย Rukmini Devi Arundale ผู้ก่อตั้งสถาบันศิลปะ Kalakshetra Foundation
เธอทำให้ Bharatanatyam กลับมาเป็นที่ยอมรับในสังคมอีกครั้ง พร้อมปรับรูปแบบการแสดงให้เหมาะกับเวทีสมัยใหม่ ตั้งแต่การออกแบบเครื่องแต่งกาย การจัดละครรำ ไปจนถึงระบบการสอนในสถาบัน
การฟื้นฟูครั้งนี้ทำให้ศิลปะที่เคยจำกัดอยู่ในกลุ่ม Devadasi กลายเป็นนาฏศิลป์ระดับชาติที่คนรุ่นใหม่สามารถเรียนรู้ได้
เมื่อ Bharatanatyam กลายเป็นพื้นที่ของเควียร์
ในยุคปัจจุบัน Bharatanatyam ไม่ได้เป็นเพียงศิลปะดั้งเดิม แต่ยังกลายเป็นพื้นที่สำคัญของการแสดงตัวตนทางเพศ
นักเต้นชายจำนวนหนึ่งเริ่มตีความ abhinaya (การสื่ออารมณ์ผ่านท่าทาง) ในบทเพลงรักหรือ padam ในมุมมองใหม่ เปิดพื้นที่ให้กับความรักและความปรารถนาที่ไม่จำกัดเพศ
หนึ่งในศิลปินสำคัญคือ Navtej Singh Johar นักเต้น Bharatanatyam และนักเคลื่อนไหว LGBTQ+ ผู้มีบทบาทสำคัญในคดีต่อสู้เพื่อยกเลิกกฎหมายต่อต้านรักเพศเดียวกันของอินเดีย
ผลงานของเขาผสมผสานการเต้น โยคะ และการเคลื่อนไหวทางสังคม จนทำให้ Bharatanatyam กลายเป็นพื้นที่สนทนาเรื่องเพศและอัตลักษณ์ในโลกยุคใหม่
เมื่อศิลปะสะท้อนสังคม
เรื่องราวของนักเต้น Bharatanatyam ยังถูกเล่าในงานละครเวทีอย่าง Dance Like a Man ที่สำรวจแรงกดดันทางสังคมต่อผู้ชายที่เลือกเส้นทางการเต้น
ตั้งแต่เทพเจ้าที่รวมสองเพศไว้ในร่างเดียว ไปจนถึงศิลปินเควียร์ในศตวรรษที่ 21 เรื่องราวเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า ความลื่นไหลทางเพศไม่ใช่แนวคิดใหม่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมมนุษย์มานานแล้ว
และในโลกของ Bharatanatyam การเต้นจึงไม่ใช่แค่ศิลปะการเคลื่อนไหวของร่างกาย แต่ยังเป็นภาษาที่เล่าเรื่องตัวตน เพศ และเสรีภาพของมนุษย์ด้วยเช่นกัน
ที่มาของข้อมูล:
- https://www.hindusforhumanrights.org/gender-sexuality-hinduism
- https://www.oberlinlibstaff.com/acceleratedmotion/dancehistory/bharatanatyam/section5.php