เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา สมเด็จพระราชาธิบดี Mohammed VI แห่งโมร็อกโก ทรงแต่งตั้ง El Mansouri ให้จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้หญิงก้าวขึ้นมารับตำแหน่งหัวหน้ารัฐบาลของโมร็อกโกอย่างเป็นทางการ และทำให้เธอกลายเป็นหนึ่งในผู้หญิงเพียงไม่กี่คนในโลกอาหรับที่ได้เป็นผู้นำรัฐบาล
จากมาร์ราเกชสู่เก้าอี้ผู้นำรัฐบาล
สำหรับ El Mansouri ในวัย 50 ปี ถือว่าไม่ใช่หน้าใหม่ในแวดวงการเมืองโมร็อกโก เธอเป็นทั้ง ทนายความ อดีตรัฐมนตรีด้านการวางผังเมืองและที่อยู่อาศัย และนายกเทศมนตรีเมืองมาร์ราเกช โดยเธอเคยสร้างประวัติศาสตร์มาแล้วในปี 2009 ด้วยการเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองมาร์ราเกชมาแล้ว
เธอเข้าร่วมพรรค PAM ตั้งแต่ปี 2008 และต่อมากลายเป็นหนึ่งในผู้นำคนสำคัญของพรรค ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้สมัครที่นำพรรคคว้าชัยในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด
พูดง่าย ๆ ว่าเส้นทางของเธอไม่ได้มาแบบ overnight success แต่เป็นการสะสมบทบาททางการเมืองมานานหลายปี ก่อนจะมาถึงวันที่ชื่อของเธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์โมร็อกโก
ชนะเลือกตั้ง แต่ยังต้องรวมทีมต่อ
ในการเลือกตั้งวันที่ 23 กันยายน พรรค PAM ได้ 97 จาก 395 ที่นั่ง ในสภาผู้แทนราษฎร มากที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ ตามมาด้วย National Rally of Independents (RNI) ที่ได้ 66 ที่นั่ง และ Istiqlal ที่ได้ 65 ที่นั่ง
แต่ชัยชนะครั้งนี้ยังไม่เพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ด้วยตัวเอง เพราะพรรคไม่ได้ครองเสียงข้างมากในสภา
ดังนั้น ภารกิจแรกของ El Mansouri หลังรับตำแหน่งคือการ เจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสม กับพรรคการเมืองอื่น ๆ ก่อนเสนอรายชื่อคณะรัฐมนตรีให้กษัตริย์ทรงอนุมัติ
นายกฯ หญิงคนแรก กับโจทย์ใหญ่ของโมร็อกโก
การขึ้นรับตำแหน่งของ El Mansouri เกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลชุดใหม่ต้องรับมือกับความท้าทายหลายด้าน ทั้ง การว่างงาน ค่าครองชีพ การสร้างงาน และความไม่พอใจของคนรุ่นใหม่
ขณะเดียวกัน รัฐบาลชุดใหม่ยังต้องเดินหน้าโครงการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อเตรียมโมร็อกโกสำหรับ FIFA World Cup 2030 ซึ่งประเทศจะเป็นเจ้าภาพร่วมกับโปรตุเกสและสเปน โดยมีการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อมในระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์
อีกประเด็นที่น่าจับตาคือการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้มาใช้สิทธิประมาณ 38% ลดลงจากราว 50% ในการเลือกตั้งเมื่อ 5 ปีก่อน
ดังนั้น เรื่องราวของ Fatima Ezzahra El Mansouri จึงไม่ได้มีประโยคเอ่ยถึงแค่ “นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก” แต่ยังเป็นบททดสอบว่า ผู้หญิงคนหนึ่งที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของรัฐบาลจะสามารถนำพารัฐบาลผสมผ่านความคาดหวังของประชาชน และโจทย์ทางเศรษฐกิจและสังคมที่รออยู่ข้างหน้าได้อย่างไร
สำหรับโมร็อกโก ประเด็นดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนรัฐบาล แต่เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของผู้หญิงในแวดวงการเมืองครั้งแรก เมื่อประตูที่ไม่เคยเปิดมาก่อน ได้ถูกเปิดขึ้นแล้ว
ที่มาของข้อมูล: