เจ๊เกียว (2480-2568) ตำนานหญิงแกร่งผู้เปลี่ยน รถทัวร์ ให้กลายเป็นมรดก

27 กันยายน 2568 สุจินดา เชิดชัย หรือ “เจ๊เกียว” ผู้ได้รับฉายา “เจ้าแม่รถทัวร์เมืองไทย” เสียชีวิตอย่างสงบ สิริอายุ 88-89 ปี ด้วยภาวะไตวายเฉียบพลันร่วมกับภาวะชรา ครอบครัวจัดพิธีรดน้ำศพและสวดอภิธรรมที่อู่เชิดชัยอุตสาหกรรมเป็นเวลา 7 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน สิ้นสุดบทบาทของหญิงนักสู้ผู้ท้าทายข้อจำกัดต่าง ๆ ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ และเพศ

จากสาวน้อยในโคราช สู่ “หญิงแกร่ง” ในวงการขนส่ง

จุดเริ่มต้นที่ไม่ง่าย

สุจินดา (ชื่อเดิม “คาเกียว”) เกิดเมื่อ 20 มีนาคม พ.ศ. 2480 ที่นครราชสีมา เป็นลูกคนที่ 6 ของครอบครัวฐานะธรรมดา เธอเป็นเด็กเรียนดี   สอบได้ที่ 1 มาโดยตลอด  แต่ต้องหยุดการศึกษาไว้ที่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เพราะครอบครัวไม่สนับสนุนให้เรียนต่อ แม้จะถูกจำกัดด้วยโอกาสทางการศึกษา แต่เธอตั้งปณิธานอยู่ในใจว่า “จะต้องรวยกว่าแม่ให้ได้” คำพูดนี้กลายเป็นแรงผลักดันที่ติดตัวเธอตลอดชีวิต 

ชีวิตวัยเด็กของเธอคือการดิ้นรน  เริ่มต้นด้วยการขายของเล็ก ๆ ที่สถานีรถไฟ ต่อมาเรียนตัดเสื้อ และเปิดโรงเรียนสอนตัดเสื้อด้วยตนเอง เมื่ออายุ 19 ปี เธอแต่งงานกับ วิชัย เชิดชัย ผู้เป็นเจ้าของอู่ต่อรถบรรทุกในนครราชสีมา  จุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอได้เดินเข้าสู่โลกธุรกิจยานยนต์และขนส่ง

การสร้างอาณาจักร “เชิดชัย”

จากอู่ต่อรถบรรทุกเล็ก ๆ ครอบครัวเชิดชัยค่อย ๆ ขยายเข้าสู่ธุรกิจเดินรถระหว่างจังหวัด ภายใต้ชื่อ เชิดชัยทัวร์  มีรถโดยสารหลายร้อยคัน ครอบคลุมหลายเส้นทางทั่วประเทศ นอกจากธุรกิจเดินรถแล้ว เจ๊เกียว ขยายอาณาจักรไปสู่โรงงานผลิตตัวถังรถโดยสาร (เชิดชัยอุตสาหกรรม) ธุรกิจจำหน่ายยานยนต์ อะไหล่ และอสังหาริมทรัพย์
ข้อมูลจาก Sanook ระบุว่าเจ๊เกียวเคยเป็นกรรมการในบริษัทถึง 20 แห่ง และมีหุ้นในอีก 8 บริษัท รวมมูลค่าหุ้นรวมราว 998,811,177 บาท เธอยังเคยทำหน้าที่เป็น นายกสมาคมผู้ประกอบการรถร่วม บขส. และเป็นตัวแทนเรียกร้องผลประโยชน์ให้ผู้ประกอบการขนส่งอย่างต่อเนื่อง

ยืนหยัดในภาวะถดถอย

ในช่วงหลัง เธอปรากฏภาพในบทบาทที่ต้องต่อสู้กับสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจ  ราคาน้ำมันพุ่ง ค่าใช้จ่ายสูง พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ฯลฯ ในบทสัมภาษณ์เมื่อปี 2565 เจ๊เกียวเล่าว่า เมื่อต้นทุนเพิ่มสูง เธอเคยยื่นคำร้องต่อกรมการขนส่ง ขอปรับค่าโดยสารเพิ่มเล็กน้อย เพื่อให้ผู้ประกอบการยังคงอยู่ได้ เธอยอมรับว่าในบางปี เธอเคยตัดสินใจจะขายกิจการรถทัวร์เพราะธุรกิจขาดทุนต่อเนื่อง ลูก ๆ ไม่มีใครอยากสืบทอด เรื่องที่หลายคนพูดถึงคือ เธอยกหนี้พันล้าน ให้ผู้ที่ประสบปัญหาผ่อนรถไม่ได้  ถ้าเห็นว่าอีกฝ่ายมีเจตนาบริสุทธิ์ แสดงถึงความใจดีและน้ำใจในวงการธุรกิจ

แม้จะมีอาณาจักรใหญ่โต เจ๊เกียวยังถือคติว่า ‘แม้รวยก็ต้องทำงาน’  เธอเคยเล่าว่า เธอลุกขึ้นทำงานตั้งแต่ 7 โมงเช้า จนดึกดื่นถึงตี 4 เป็นประจำ อีกหนึ่งมุมที่โดดเด่นคือวิธีใช้ชีวิตแบบ ‘ประหยัดอย่างเข้มงวด’ ไม่เที่ยว ไม่ซื้อแบรนด์เนม เสื้อผ้าหรือการแต่งตัวหลายส่วนเธอก็ตัดเอง

“ปรัชญา 3 ข้อ” ที่เธอให้ลูก ๆ ถือเป็นแนวทาง คือ

  1. ขยัน
  2. ประหยัด
  3. คุณธรรม
    เธอย้ำเสมอว่า “ประหยัด” ถึงขั้น “เค็ม” ได้แต่ต้องเป็นเค็มกับสิ่งที่ควรเค็ม

พฤติกรรมการให้โอกาสผู้อื่น (เช่นการยกหนี้) กับความเด็ดขาดในธุรกิจเมื่อเจอคนโกง กลายเป็นสองขั้วในตัวเธอ  ใจดีแต่ไม่อ่อนแอ  ซึ่งสร้างภาพของผู้หญิงที่แข็งแรงทั้งในด้านจิตใจและธุรกิจ

ความท้าทายในโลกใหม่  เมื่อรถทัวร์ “ตกกระแส”

โลกขยับไปเร็ว การเดินทางทางเครื่องบินราคาถูก (low-cost airlines) การใช้รถส่วนตัวที่สะดวก และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทำให้ธุรกิจรถทัวร์โดยรวมเจอแรงกดดัน ในบทสัมภาษณ์ เจ๊เกียวเคยพูดถึงว่าธุรกิจรถทัวร์ในยุคหลังโควิดได้รับผลกระทบรุนแรง  บางเส้นทางต้องหยุดวิ่ง บางคันจอดทิ้งไว้ แม้เธอเคยตัดสินใจขายกิจการรถทัวร์เพื่อพักผ่อน แต่เครือธุรกิจอื่น ๆ ในเครือเชิดชัย ยังคงเป็นมรดกสำคัญที่ครอบครัวยังบริหารต่อไป 

เจ๊เกียวจากไปแล้ว แต่ชื่อเสียงและบทเรียนของเธอ ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงที่อยากทำธุรกิจ  อย่าให้ข้อจำกัดทางเพศหรือสถานะเป็นตัวขัดขวางความฝันของคุณ

 

รู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับโพสต์นี้?

Loading spinner

แชร์บทความนี้

Tag

Related Stories

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง