ในไทย กฎหมายได้ถูกแก้ไขเมื่อปี 2564–2565 เปิดทางให้ผู้หญิงสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย หากอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ และสำหรับครรภ์ 12–20 สัปดาห์ สามารถทำได้หากผ่านการตรวจและคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ กฎหมายนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวหน้าครั้งใหญ่ แต่ความจริงในทางปฏิบัติกลับสะท้อนอุปสรรคมากมายที่ยังทำให้ ‘สิทธิ”’ ไม่กลายเป็น ‘การเข้าถึงจริง’
อุปสรรคหลังการแก้กฎหมาย
- บุคลากรทางการแพทย์ปฏิเสธบริการ หลายโรงพยาบาลยังไม่ให้บริการด้วยเหตุผลทางศีลธรรม หรือกลัวผลทางกฎหมาย
- บริการไม่กระจายทั่วประเทศ มีศูนย์บริการราว 110 แห่ง แต่ส่วนใหญ่กระจุกในเมืองใหญ่
- ขาดข้อมูลที่เข้าถึงได้ ผู้หญิงจำนวนมากไม่รู้สิทธิหรือช่องทางที่ถูกต้อง
- ตราทางสังคม การทำแท้งยังถูกตีตราเป็นเรื่องบาป ทำให้ผู้หญิงรู้สึกอับอายและไม่กล้าเข้ารับบริการ
- ค่าใช้จ่ายและระบบไม่ครอบคลุม ภาระเดินทาง ค่าใช้จ่ายส่วนตัว และเวลายังเป็นกำแพงใหญ่
- เงื่อนไขกฎหมายตีความยาก ในช่วงครรภ์ 12–20 สัปดาห์ การตัดสินใจขึ้นกับผู้เชี่ยวชาญซึ่งอาจตีความไม่ตรงกัน
ในขณะที่ในปีนี้แคมเปญสากลใช้ชื่อ #AbortionSolidarity ที่เน้นพลังความร่วมมือทั้งระดับชุมชนและข้ามพรมแดน เพื่อสนับสนุนสิทธิด้านอนามัยเจริญพันธุ์อย่างแท้จริง เสียงที่ถูกยกขึ้นไม่ใช่แค่ของผู้หญิงเท่านั้น แต่รวมถึงเด็กหญิง LGBTQ+ และผู้หญิงในพื้นที่ชายขอบที่ต้องเผชิญปัญหาหนักกว่า
สำหรับไทย การรณรงค์ในท้องถิ่นกำลังพยายามเชื่อมเข้ากับพลังสากลนี้ เพื่อย้ำว่านี่ไม่ใช่ประเด็นเฉพาะเรื่องกฎหมายภายในประเทศ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวระดับโลกเพื่อสิทธิมนุษยชน
แม้รัฐยังไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด แต่ภาคประชาชนและกลุ่มอาสาสมัคร เช่น “กลุ่มทำทาง” ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ มาตลอดเวลาหลายปี สร้างพื้นที่ออนไลน์ที่เป็นมิตร ให้คำปรึกษา จัดการความรู้ และรณรงค์ผ่าน Facebook, Twitter, Instagram ช่วยให้ผู้หญิงเข้าถึงข้อมูลจริง ไม่ต้องรู้สึกโดดเดี่ยวในการหาคำตอบเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ (ติดต่อกลุ่ม ทำทาง ได้ที่ Fb : เพจคุยกับผู้หญิงที่ทำแท้ง, X : @tamtangth , Instagram : @tamtang_group
นี่คือตัวอย่างของ พลังชุมชน ที่เปลี่ยนประเด็นสิทธิจากเรื่องที่ถูกตีตรา ให้กลายเป็นพื้นที่สนทนาและการสนับสนุนกันและกัน
ก้าวต่อไป คือ การรวมพลังเพื่อสิทธิที่แท้จริง
หากต้องการให้การยุติการตั้งครรภ์ปลอดภัยเกิดขึ้นจริงในไทย ต้องขยับจาก ‘สิทธิบนนโยบาย’ ไปสู่ สิทธิในชีวิตจริง ผ่านหลายกลไกพร้อมกัน อาทิ
- ขยายบริการและ telemedicine ให้เข้าถึงได้ทั่วถึง
- สนับสนุนอาสาสมัครและเครือข่ายชุมชน
- ทำงานร่วมกันระหว่างภาคประชาชน ภาควิชาชีพ และรัฐ
- สื่อสารเพื่อลดการตีตราและยืนยันว่า สิทธิในร่างกายเป็นสิทธิของทุกคน
สิทธิในการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยคือสิทธิในการมีชีวิต ศักดิ์ศรี และความเท่าเทียม และการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อกฎหมาย บริการ และชุมชน เดินไปด้วยกัน
ภาพจาก https://www.september28.org/announcing_2024campaign/
บทความที่เกี่ยวข้อง
- Sita Aripurnami ผู้อำนวยการบริหารสถาบันวิจัยสตรี แบ่งปันประสบการณ์และมุมมองเกี่ยวกับการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมทางเพศในอินโดนีเซีย
- Bisexual Awareness Week ความเข้าใจต่อไบเซ็กชวลในยุคปัจจุบัน
- เราทำได้! ตำนานผู้หญิงยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ผ่าน Rosie the Riveter
- Pride to Support: แบรนด์แฟชั่นแบบ gender-expansive ที่ท้าทายแนวคิดเกี่ยวกับความเป็นชาย (Toxic Masculinity) ไปพร้อมกับการสนับสนุนชุมชน LGBTQ+
- Pride to Support: Queer Wave Coffee ปฏิวัติวงการกาแฟด้วยความหลากหลาย