หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นของการร่วมเพศ (ชาย-ชาย) ในสังคมญี่ปุ่นโบราณคือ “คาเงมะ” (陰間) หรือ นายโลม ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกชายหนุ่มที่มีบทบาทในการรับหน้าที่ระบายความใคร่ให้แก่ผู้ชายที่มีสถานะทางสังคมชั้นสูง เช่น ขุนนางหรือซามูไร วันนี้ Genderation เราจะพาไปลัดเลาะรอบซ่อง สอดส่องประวัติศาสตร์ที่ว่ากัน
คำว่า “คาเงมะ” (陰間) มีที่มาจากเด็กฝึกหัดการแสดงคาบูกิที่แสดงเป็นผู้หญิง (คาบูกิจำกัดให้แค่ผู้ชายเล่นเท่านั้น พอบทผู้หญิงก็ต้องให้ผู้ชายแต่งหญิงเอาคล้ายละครนอกบ้านเรา ที่มักใช้ผู้ชายแสดงล้วน) หากนักแสดงชายคนไหนสามารถเล่นบทบาทเป็นผู้หญิงได้อย่างสมบูรณ์แบบจะถูกเรียกว่า “อนนะงาตะ” (女形 แปลตรงตัวคือ รูปลักษณ์เป็นหญิง)
ซึ่งส่วนใหญ่ คนดูละครคาบูกิแล้วรู้สึกชอบตัวนางเอกก็มักขอจ่ายเงินให้ไปนอนด้วย จนพวกคาเงมะหันไปทำอาชีพเสริมนี้กันเป็นล่ำเป็นสัน กลายเป็นการสร้างภาพจำให้กับผู้คนว่า “คาเงมะ” ทั้งหมดคือนายโลม
ในทางเดียวกัน คำว่า “คาเงมะ” (陰間) ก็มีความหมายว่า “ห้องมืด” หรือ “ที่มืด” ซึ่งบ่งบอกถึงการมีเพศสัมพันธ์ในพื้นที่ปิดหรือไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ในสมัยเอโดะ คาเงมะไม่ได้เป็นแค่เพียงผู้ชายที่ขายบริการทางเพศ แต่ยังเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในสังคมสูงสง่าและมีความสัมพันธ์ในเชิงลึกกับขุนนางหรือซามูไร หลายครั้งนายโลมเหล่านี้ได้รับการเลี้ยงดูและอบรมให้มีทักษะการร้องเพลง หรือการเต้นรำสร้างความบันเทิงแก่ลูกค้าไม่ต่างจากกลุ่มเกอิชา (芸者) รวมถึงมีหน้าที่ให้บริการทางเพศแก่ผู้คนไม่ต่างจาก ยูโจ (遊女) นางโลมหญิงสาวผู้มอบความสุข
ย้อนไปในยุคสมัยเอโดะ (1603–1867) คาเงมะ ถือเป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีกิน มีใช้เป็นอย่างมากในสังคมญี่ปุ่น เนื่องจากอาชีพนี้มีรายได้ดี อู้ฟู่หรูหราสุดๆ และบางคนที่เป็นคาเงมะสามารถมีสถานะทางสังคมที่สูงขึ้นได้จากการเลี้ยงดูปูเสื่อจากบุคคลที่มีอำนาจทางสังคมเช่น ขุนนางและซามูไร
นอกจากการให้บริการทางทวารหนัก บางครั้งความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายกับผู้ชายในลักษณะนี้ก็มีเป้าหมายที่ไม่ใช่เพียงเพื่อความพึงพอใจทางเพศอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการสร้างเครือข่ายทางสังคม รวมถึงการแสดงอำนาจทางการเมือง
ในยุคสมัยเอโดะ การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับชายไม่ถือเป็นเรื่องผิดปกติ ผิดบาป หรืออัปยศแต่อย่างใดโดยเฉพาะในหมู่ขุนนาง นักบวช (เนื่องจากพุทธศาสนาบางนิกายในญี่ปุ่นนั้น ห้ามพระมีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้หญิง แต่เลี่ยงบาลีให้สามารถมีความสัมพันธ์กับเหล่าเด็กหนุ่มแทนได้) และซามูไรที่การมีเพศสัมพันธ์กับกับผู้ชายที่อายุน้อยกว่าในบางครั้งยังเป็นการฝึกฝน หรือการแสดงออกถึงความสนิทสนมและพันธะทางสังคมมากกว่าการแสวงหาความพึงพอใจทางเพศ
ลักษณะของคาเงมะ ส่วนใหญ่จะมีอายุไม่เกิน 20 ปี และต้องมีรูปร่างและบุคลิกที่ดึงดูด เช่น บั้นท้ายที่อวบอิ่มและผิวหนังที่เนียนนุ่มพวกเขายังต้องรักษาความสะอาดของร่างกายอย่างเคร่งครัด เช่นต้องขัดผิวด้วยผงพิเศษทำจากผิวของทับทิม เพื่อให้ผิวสวยกระจ่างใส หรือนำนัตโตะ (ถั่วหมัก) มาถูผิวให้ขาว และแปรงฟันด้วยขี้เถ้าไม้ไผ่ให้สะอาด ล้างจุดซ่อนเร้นเพื่อป้องกันกลิ่นตัวอยู่เสมอ
นอกจากนี้คาเงมะยังต้องเตรียมตัวฝึกฝนทวารหนัก เนื่องจากเป็นอวัยวะส่วนสำคัญในการให้บริการแขก พวกเขามีการฝึกฝนรูทวารให้มีความยืดหยุ่น สามารถทนความเจ็บปวดได้ ไม่เกิดความหวาดกลัวสำหรับการเตรียมช่องทวารหนักของคาเงมะเพื่อให้ง่ายต่อการบริการให้กับลูกค้า มีอยู่ 3 วิธีหลักๆ ได้แก่:
- การใช้นิ้วฝึกฝน เป็นการฝึกโดยใช้นิ้วสอดเข้าทางช่องทวารหนักทีละนิ้ว เพื่อให้เกิดความชินก่อนฝึกใช้ของจริง (ก่อนฝึกจะต้องตัดเล็บเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ)
- ฝึกโดยใช้ยาแท่ง “โบยาคุ” (棒薬) เริ่มฝึกโดยการนั่งแช่น้ำเพื่อคลายกลามเนื้อหูรูด ต่อมานำยาแท่งสอดเข้าทางทวารหนักปล่อยแช่ทิ้งไว้ระหว่างนอนหลับ เพื่อให้ชินกับความรู้สึกเวลามีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาทางทวาร
- ฝึกกับของผู้ชายจริงๆ นับเป็นการซ้อมใหญ่ ซึ่งก่อนฝึกจะต้องทำการหล่อลื่นก่อน โดยใช้สารหล่อลื่นที่เรียกว่า “อิชิบุโนริ” (いちぶのり) ซึ่งมาจากนำสาหร่ายพันธุ์หนึ่งไปต้มกับไข่ขาว เมื่อแห้งจึงตัดแบ่งเป็นแผ่น
เมื่อจะใช้ ผู้ที่ทำการฝึกสอน จะทำการละลายอิชิบุโนริโดยอมไว้ในปาก จากนั้นเอาอิชิบุโนริที่ลื่นเป็นเจลแล้วไปป้ายที่ทวารหนักของเด็กหนุ่ม และป้ายที่จู๋ของตนก่อนทำการสอดใส่
ที่ทำงานของ คาเงมะ จะอยู่ในสถานที่ที่เรียกว่า “คาเงมะชายะ” (陰間茶屋) ซึ่งคำว่า “ชายะ” แปลว่า “โรงน้ำชา” โดยมักจะมีขนาดเล็กๆ เมื่อแขกมาที่ชายะ ได้ชมละครรับความบันเทิงได้ที่ก็มักจะหิ้ว คาเงมะ ไปใช้บริการที่อื่น เว้นแต่ชายะที่มีขนาดใหญ่จะมีห้องสำหรับการให้บริการสำหรับกิจกรรมอย่างว่าอยู่ด้วย
อย่างไรก็ตาม การมีความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างเพศเดียวกันในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่ได้จะเปิดกว้างสำหรับทุกคน และบางครั้งความสัมพันธ์เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของหน้าที่ หรือการแสดงออกทางสังคมมากกว่าที่จะเป็นความสัมพันธ์ในเชิงรักใคร่ชู้สาว
จนต่อมาเมื่อมีการปฏิรูปเมจิในกลางศตวรรษที่ 19 ทำให้วัฒนธรรมตะวันตกเข้ามามีอิทธิพล และคาเงมะ ค่อยๆ เลือนหายไปจากสังคมญี่ปุ่น และในปี 1958 ทางรัฐบาลก็ได้ประกาศว่าการค้าประเวณีอย่างโจ่งแจ้งนั้นผิดกฎหมาย แต่มีการเลี่ยงไปแฝงการค้าประเวณีในกิจกรรมแบบอื่นๆ คล้ายอาบอบนวดในเมืองไทย เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป การมีอยู่ของนายโลมไม่ได้สูญหายไปอย่างสิ้นเชิง หลายพื้นที่ที่เคยเป็น คาเงมะชายะ ได้เปลี่ยนมาทำธุรกิจเอนเตอร์เทนแขก ที่จะพบได้มากในเมืองใหญ่ๆ อย่าง โตเกียว, โยโกฮามะ และ โอซาก้า
ทั้งหมดนี้ถือเป็นการสะท้อนถึงวัฒนธรรมการร่วมเพศ ชาย-ชาย ของอาชีพผู้ให้บริการทางเพศ ที่มีรากฐานอันลึกซึ้งยาวนานและยังคงแฝงอยู่ในสังคมญี่ปุ่นมาถึงทุกวันนี้
แหล่งอ้างอิง:
- https://allabout-japan.com/en/article/5187/2/
- https://en.wikipedia.org/wiki/Kagema
- https://manga.fandom.com/wiki/Kagema