เวลาผ่านไปอีกหน่อย ลุงป้าน้าอาบอกว่าฉันโตเป็นสาว ฉันไม่ชอบคำนี้ แต่ฉันไม่มีคำอื่นจะให้คนเรียกแทน ในบัตรประชาชนของฉันมีคำนำหน้าว่านางสาว ฉันอยากขีดฆ่าคำนั้นออก คำนำหน้าชื่อทำให้ฉันไม่สบายใจ
ฉันโตขึ้นมาด้วยการสำรวจการแสดงออกของตัวเองหลายรูปแบบ ฉันลองซอยผมสั้น ลองไว้ผมยาว ลองแต่งหน้า ลองรัดหน้าอก ใส่กางเกงนักศึกษาชายไปเรียน พูดลงหางเสียงว่า ฮะ และ ครับ ฉันคบกับแฟนที่เป็นผู้หญิง/เลสเบียน/ไบเซ็กชวล แต่ตัวฉันเองไม่ต้องการอยู่ในดินแดนของความเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เช่น แทนที่จะชมฉันว่า สวยหรือหล่อ ฉันอยากให้ชมว่า ดูดี แทนที่จะแนะนำฉันว่าเป็นแฟนสาว (girlfriend) หรือแฟนหนุ่ม (boyfriend) ฉันอยากให้แนะนำว่า เป็นแฟนหรือคนรัก (partner/ lover/ Significant Other) มากกว่า
แล้วฉันก็ได้มารู้จักกับคำอธิบายในเรื่อง Gender Identity ในตอนนี้ ว่าคนที่มีสำนึกทางเพศแบบไม่อยู่ในกล่องเพศ ไม่ต้องการถูกจัดอยู่ในสถานะชายหรือหญิงตามความคุ้นเคยของสังคมที่มีมาก่อน เรียกว่าเป็น นอน-ไบนารี่ (Non-binary)
คำว่า Non-binary หมายถึง การไม่อยู่ในกรอบของสองสิ่งใดๆ ที่ต่างกัน เช่น ดำหรือขาว ดีหรือชั่ว เมื่อนำมาใช้ในบริบททางเพศ จึงหมายถึงการไม่อยู่ในกรอบของ ชายหรือหญิง
ในต่างประเทศที่มีคำสรรพนามเรียกแทนตัวแบบระบุเพศ อย่าง He หรือ She ก็มีการปรับเปลี่ยนให้ใช้คำว่า They-Their-Them ขึ้นมาแทนสำหรับคนที่เป็น นอน-ไบนารี่
Non-binary ปรากฏเป็นตัว N อยู่ในตัวย่อนิยามของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศด้วยค่ะ LGBTIQNA+ (Lesbian Gay Bisexual Trans Intersex Queer Non-binary Asexual และอื่นๆ)
บางคนอาจจะสงสัยว่า คำเรียกขานตัวตนทางเพศของคนจะมีเยอะไปทำไม มีแล้วได้อะไร
ฉันอยากตอบตรงนี้เลยว่า การที่ฉันได้พบ “คำเรียก” ที่ระบุถึงตัวตนที่ใกล้เคียงที่สุดกับความเป็นตัวฉัน มันทำให้ฉันคลายความสงสัยต่อตัวเอง ฉันได้เป็นตัวฉันในแบบที่ไม่ต้องพยายามเอาตัวเองไปยัดไว้ในบางคำที่ฉันไม่ได้เป็น การมีคำเรียกที่มีความหมายเฉพาะไม่ต่างจากการที่ฉันได้เจอถ้อยคำที่ตรงกับสิ่งที่ฉันรู้สึก ทำให้ฉันมีคำที่สามารถแสดงออก (Express) ถึงตัวตนของตัวเอง เมื่อคนอื่นๆ ทำความเข้าใจกับความหมายนี้และยอมรับฉันอย่างที่ฉันเป็น ก็จะทำให้ฉันรู้สึกเป็นอิสระ มีความสุข และมีพลังงานที่ดีในการทำสิ่งอื่นๆ ต่อไป
การเป็น นอน-ไบนารี่ ไม่ได้แปลว่า ไม่มีความรัก ฉันสร้างความรักและความผูกพันกับคนที่ฉันรู้สึกด้วยได้ไม่ต่างจากคนอื่นๆ
ยกตัวอย่าง ฉันที่มีสำนึกทางเพศหรืออัตลักษณ์ทางเพศ (Gender Identity) เป็น นอน-ไบนารี่ ฉันมีรสนิยมทางเพศ (Gender Orientation) ซึ่งหมายถึงการคบหากับผู้หญิง และฉันสบายใจที่จะแสดงออกโดยทั่วไป (Gender Expression) ในแบบผู้หญิง
นอน-ไบนารี่ คนอื่นๆ ก็มีรสนิยมทางเพศและการแสดงออกทางเพศแตกต่างกันไปอีกเช่นกัน
อาจมีคนสงสัยอีกว่า รู้ว่าตัวเองเป็น นอน-ไบนารี่ แล้วมันจะเปลี่ยนไปยังไง
ขอตอบว่า แม้ นอน-ไบนารี่ จะเป็นเพียงคำเรียกเฉพาะ แต่เป็นคำเฉพาะที่ทำให้ฉันปลดความคลุมเครือสับสนต่อกล่องเพศของตัวเองได้ ทำให้ฉันมีความสุขกับการทำความรู้จักและค้นหาตัวเองเพิ่มขึ้น ไม่เป็นตัวประหลาดในสายตาตัวเองและคนที่เข้าใจในเรื่องนี้
เมื่อการเป็น นอน-ไบนารี่ คือการไม่ต้องเข้ากล่อง ไม่ต้องรับเอาลักษณะเฉพาะที่เป็นภาพจำของความเป็นชายหรือความเป็นหญิงมาสวมทับตัวเอง ก็ช่วยให้ไม่ติดอยู่กับกรอบวิธีคิดแบบชายเป็นใหญ่ ไม่ต้องทำตามภาพจำโดยทั่วไป รวมไปถึงมายาคติที่คลุมคนเพศหลากหลายด้วย เช่น เลสเบี้ยนต้องอ่อนหวาน ทอมต้องเป็นฝ่ายรุก เกย์ต้องกล้ามโต ไบเซ็กชวลต้องคบหลายคน เป็นต้น
สำนึกแบบ นอน-ไบนารี่ ทำให้ฉันอยากเห็นเด็กทุกคนเติบโตมาโดยไม่ถูกจับยัดกล่องเพศ เด็กผู้ชายจะไม่กดดันกับการต้องเป็นคนเก่งกาจ เป็นผู้นำ และเป็นความหวังของบ้าน เด็กผู้หญิงจะไม่โตมากับการถูกสอนให้ทำกับข้าว ทำความสะอาด ต้องเสียสละให้พี่ชายหรือน้องชาย เด็กผู้ชายเล่นตุ๊กตาโดยไม่ถูกล้อเลียน เด็กผู้หญิงได้รับอนุญาตให้ทำกิจกรรมโลดโผน หากมองเด็กๆ แบบไม่มี binary มาครอบ ฉันเชื่อว่าเด็กๆ จะต้องเติบโตมาได้อย่างดี
อีกอย่างที่สำคัญก็คือ การได้เข้าใจและยอมรับตัวเองอย่างไม่มีกรอบมาตัดสิน ทำให้ตาและหัวใจของเราเปิดกว้างขึ้นจนมองเห็นความแตกต่างและลักษณะเฉพาะในตัวคนอื่น รู้ว่าคนทุกคนไม่เหมือนกัน และคนทุกคนสมควรได้เป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีและมีความสุข
อย่างไรก็ตาม ถ้าในวันนี้ มี นอน-ไบนารี่ สักคนเข้าไปหาคุณ แนะนำตัวว่าอยากรู้จักกับคุณและเขาเป็น นอน-ไบนารี่ ไม่มีอะไรต้องกังวลเลยค่ะ มันแปลว่าเขาเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่สนใจคุณ ความสัมพันธ์จะพัฒนาขึ้นเองตามความต้องการของเขาและคุณ ตัวตนของเขาจะไม่เกี่ยวกับการที่เขาจะสร้างความรู้สึกที่มีต่อคุณ และถ้าเมื่อไรที่เขาบอกว่า รักคุณ เขาหมายความตามนั้น เพราะ นอน-ไบนารี่ ก็เป็นคนรักที่ดีได้เหมือนกับคนทุกเพศที่คุณพบเจอ
ฝากใจดีกับมนุษย์ นอน-ไบนารี่ ด้วยนะคะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
- Alan Turing ชายผู้เป็นตำนานในวงการคอมพิวเตอร์และ AI
- Kristina Ayanian นักธุรกิจรุ่นใหม่ ผู้ผลักดันความเท่าเทียมทางเพศในเวทีสหประชาชาติ
- ม้าขี่-ปู๊เมีย ในความหมายของคนล้านนาการเปิดพื้นที่ทางเพศสภาพให้กับ LGBTQ+ ผ่านวิถีความเชื่อที่สืบต่อกันมาหลายยุค
- Sita Aripurnami ผู้อำนวยการบริหารสถาบันวิจัยสตรี แบ่งปันประสบการณ์และมุมมองเกี่ยวกับการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมทางเพศในอินโดนีเซีย
- 8 ผู้ประกอบการและซีอีโอ LGBTQ+ ผู้ปูทางให้กับอนาคตของคนรุ่นใหม่