อย่างไรก็ตาม ภายในระยะเวลา 180 วันของการบังคับใช้กฎหมาย (ครบกำหนดวันที่ 19 กรกฎาคม 2568) หน่วยงานรัฐยังไม่ได้นำเสนอการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับสถานะสมรสของคู่รักทุกเพศ ส่งผลให้สิทธิทางครอบครัวของบุคคล LGBTQ+ ยังไม่ครบถ้วนในหลายด้านสำคัญ ได้แก่:
1) ประเด็นภาษี: รายได้ของบุตรยังผูกกับ “บิดา” ตามกฎหมายเดิม
ประมวลรัษฎากรยังระบุว่า “บุตรหรือบุตรบุญธรรมที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะมีรายได้จากเงินปันผล จะถูกนับเป็นรายได้ของบิดา” ซึ่งไม่สอดคล้องกับครอบครัวเพศเดียวกันที่อาจมีโครงสร้างผู้ปกครองแตกต่างจากกฎหมายแบบเดิม ทำให้สิทธิทางภาษีและสถานะผู้ปกครองยังไม่เท่าเทียมคู่สมรสชายหญิง
2) ประเด็นสัญชาติ: เงื่อนไขขอสัญชาติไทยยังต่างกันระหว่างชาย–หญิง
พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ยังคงกำหนดขั้นตอนและเงื่อนไขการขอสัญชาติไทยที่แตกต่างกันระหว่าง “สามีต่างชาติของหญิงไทย” กับ “ภรรยาต่างชาติของชายไทย” ส่งผลให้คู่สมรสเพศเดียวกันและคู่ข้ามเพศที่แต่งงานกับคนไทยต้องเผชิญข้อจำกัด และอาจกระทบต่อสถานะสัญชาติของบุตรในครอบครัว LGBTQ+
3) ประเด็นอุ้มบุญ: สิทธิยังจำกัดเฉพาะคู่สมรสชาย–หญิง
กฎหมายอุ้มบุญของไทยยังอนุญาตเฉพาะคู่สมรสชายหญิง ทำให้คู่รักเพศเดียวกันไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการอุ้มบุญได้อย่างถูกกฎหมาย ส่งผลให้การมีบุตรต้องเผชิญอุปสรรคด้านสิทธิ การรับรองบุตร และปัญหาทางกฎหมายอื่น ๆ
แม้กฎหมายสมรสเท่าเทียมได้มีผลบังคับใช้แล้ว แต่การที่กฎหมายลูกและกฎหมายที่เกี่ยวข้องยังไม่ถูกปรับปรุง ส่งผลให้สิทธิของคู่สมรส LGBTQ+ ยังไม่ครบถ้วน ทั้งในด้านภาษี การรับรองสถานะครอบครัว และสิทธิในการมีบุตร
ทางด้านนักวิชาการและภาคประชาสังคมต่างเห็นว่าการแก้ไขกฎหมายประกอบเหล่านี้ควรดำเนินควบคู่กับสมรสเท่าเทียมตั้งแต่แรก เพื่อให้คู่สมรสทุกเพศได้รับสิทธิและหน้าที่อย่างเท่าเทียมอย่างแท้จริง
สามารถดูรายละเอียดของข้อกฎหมายได้ที่ https://www.ilaw.or.th/articles/55819?fbclid=IwY2xjawN6bSNleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFKeExVYkpHUUpaNXFFa0tCc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHiBp9rdVJk3ZQOgyitbdVQx7RTVe6oEMb24y4V6YLvjIm4cGrwl9XCV0q1-C_aem_h130A97_si9StwDWdz_t-A
รู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับโพสต์นี้?