Dannii Minogue, Stephen Fry และ Kelly Holmes คือสามชื่อใหญ่ที่มาร่วมแคมเปญ #DeserveBetter ของ The Proud Trust องค์กรที่ทำงานด้านการสนับสนุนเยาวชน LGBTQ+ ในสหราชอาณาจักร
แคมเปญนี้ได้เปิดตัวในช่วงซัมเมอร์ 2026 พร้อมภาพยนตร์รณรงค์ที่รวบรวมเสียงจากคนดังในหลากหลายวงการ ทั้งดนตรี โทรทัศน์ คอมเมดี้ ละครเวที วรรณกรรม และกีฬา เพื่อส่งข้อความเดียวกันว่า LGBTQ+ young people deserve better.
และ “better” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่การมีวลี คำคม คำพูดสวยหรู แต่หมายถึงการมีพื้นที่ที่ปลอดภัย มีคนรับฟัง มีระบบสนับสนุน และตัวเยาวชนเองสามารถเติบโตเป็นตัวเองได้โดยไม่ต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง
เมื่อความต้องการความช่วยเหลือพุ่งขึ้น 171%
จุดเริ่มต้นของแคมเปญนี้เกิดขึ้นไม่ได้สวยงามมากนัก เพราะเบื้องหลังคือความต้องการความช่วยเหลือจากเยาวชน LGBTQ+ ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
The Proud Trust ได้เปิดเผยว่า จำนวนการส่งต่อเพื่อขอรับการสนับสนุนเพิ่มขึ้นถึง 171% หลังจากคำตัดสินของศาลฎีกาสหราชอาณาจักรเมื่อปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับนิยามของคำว่าเพศ ภายใต้ Equality Act
ตัวเลขนี้สะท้อนว่าท่ามกลางการถกเถียงเรื่องสิทธิและอัตลักษณ์ ก็ยังมีคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่กำลังพยายามหาคำตอบว่าพวกเขาจะใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในโลกใบนี้ได้อย่างไร
ซึ่งปัญหาที่เยาวชน LGBTQ+ ต้องเผชิญมีตั้งแต่การถูกบูลลี่ การเลือกปฏิบัติ การเข้าถึงบริการสุขภาพ อุปสรรคในระบบการศึกษาและการทำงาน ไปจนถึงเรื่องที่ดูเหมือนเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สุดอย่าง ครอบครัว การยอมรับ ตัวตน ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง และการมีพื้นที่ที่ตัวเองสามารถเป็นตัวเองได้
และแคมเปญ Deserve Better จึงต้องการย้ำกับเยาวชนว่า คุณไม่ได้โดดเดี่ยวแต่อย่างใด
30 เสียงจากหลากหลายวงการ แต่พูดเรื่องเดียวกัน
นอกจาก Dannii Minogue, Stephen Fry และ Kelly Holmes แล้ว ยังมีคนดังอีกมากมายที่เข้าร่วมแคมเปญนี้
ไม่ว่าจะเป็น Tom Allen, James Barr, Denise Welch, Kizzy Edgell จาก Heartstopper, Adele Roberts, Cyril Nri, Charlie Condou, Alexandra Mardell, Anita Asante, Matt Cain MBE, Nathaniel J Hall, Neil Ashton, Elijah Young, Peter McPherson, Shakeel Kimotho, Gabriel Clark, Rob Madge, Lianne Sanderson, Heather Fisher, Meg Jones MBE, Kirsty Gilmour, Lucy Shuker BEM, Bruce Mouat, Danny Beard, Courtney Act, Catrin Feelings และ Elle Vosque
เรียกได้ว่าเป็นการรวมตัวที่ทั้งหลากหลายและทรงพลัง เพราะแต่ละคนมาจากคนละพื้นที่ แต่กำลังพูดถึงสิ่งเดียวกัน สิทธิของคนรุ่นใหม่ที่จะมีชีวิตอย่างเป็นตัวเอง
Dame Kelly Holmes เผยว่าเยาวชน LGBTQ+ ทุกคนควรได้รับโอกาสที่จะเป็นตัวเองอย่างมั่นใจ พร้อมกับรู้สึกปลอดภัย และเธอรู้สึกยินดีที่ได้ยืนเคียงข้างพวกเขาผ่านแคมเปญดังกล่าว
พูดง่าย ๆ คือ ไม่ต้องเก่ง ไม่ต้องเข้มแข็งตลอดเวลา และไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้ใครยอมรับ แค่ได้เป็นตัวเองอย่างปลอดภัย ก็ควรเป็นสิทธิพื้นฐานแล้ว
ไม่ใช่แค่หนังรณรงค์ แต่คือพื้นที่ให้ “เรื่องจริง” ได้ถูกเล่า
แคมเปญนี้ไม่ได้มีเพียงภาพยนตร์รณรงค์ที่รวมเสียงของทั้ง 30 คนไว้ด้วยกัน แต่ยังมีบทกวีพิเศษจาก spoken word artist myndstate ที่เข้ามาช่วยถ่ายทอดความรู้สึกและประสบการณ์ของคนรุ่นใหม่ผ่านงานศิลปะ
เพราะบางครั้ง ตัวเลขอาจบอกเราได้ว่าปัญหานั้นมีอยู่จริง แต่เรื่องเล่าจากคนที่เผชิญมันด้วยตัวเอง จะทำให้เราเข้าใจว่าปัญหาที่ว่าสำคัญอย่างไร โดยเฉพาะการเติบโตขึ้นมาในโลกที่การเป็นตัวเองยังมาพร้อมกับคำถาม การตัดสิน หรือแม้แต่ความกลัวว่าจะปลอดภัยหรือไม่
และนั่นคือเหตุผลที่เสียงของพวกเขาควรถูกได้ยิน ไม่ใช่เพราะพวกเขาต้องพิสูจน์ว่าตัวเองมีตัวตน แต่เพราะ ทุกคนควรมีพื้นที่ให้เล่าเรื่องของตัวเองได้อย่างปลอดภัย
The Proud Trust ทำอะไรไปแล้วบ้าง?
และนี่ไม่ใช่แคมเปญที่เพิ่งเริ่มต้นแล้วชวนทุกคนมากดแชร์ เพราะตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา The Proud Trust ทำงานกับชุมชน LGBTQ+ อย่างต่อเนื่อง
องค์กรจัดกิจกรรมกลุ่มเยาวชนเกือบ 400 ครั้ง พูดคุยให้การสนับสนุนมากกว่า 820 ครั้ง กับ LGBTQ+ รวมถึงผู้ปกครองและผู้เชี่ยวชาญ และยังฝึกอบรมบุคลากรไปแล้วถึง 1,423 คน
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า การสร้างพื้นที่ปลอดภัยไม่ได้เกิดขึ้นจากแฮชแท็กเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยทั้งคน ระบบ และชุมชนที่พร้อมจะลงมือทำจริงๆ เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่แคมเปญนี้กำลังสื่อสารนั้นไม่ใช่เรื่องซับซ้อนแต่อย่างใด
ที่มาของข้อมูล: