โดยการแข่งขันครั้งนี้ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ถือเป็นรอบชิงเหรียญทองระหว่างทีมชาติสหรัฐอเมริกาและแคนาดาถูกพูดถึงในฐานะหนึ่งในแมตช์ที่ทรงพลังที่สุด ไม่ใช่แค่ในเชิงกีฬา แต่ในมิติของการมองเห็น (visibility) ของนักกีฬา LGBTQ+ บนเวทีระดับโลก
ผลการแข่งขัน: ลุ้นเดือดถึงต่อเวลา
เกมรอบชิงจัดขึ้นที่สนาม Milano Santagiulia Ice Hockey Arena และจบลงด้วยชัยชนะของทีมสหรัฐฯ เหนือแคนาดา 2-1 ในช่วงต่อเวลาแบบ 3-on-3
- แคนาดาขึ้นนำก่อนจากประตูชอร์ตแฮนด์ของ Kristin O’Neill
- ก่อนที่ Hilary Knight จะตีเสมอช่วงท้ายเกม
- และประตูชัยในช่วง OT มาจาก Megan Keller
ชัยชนะนัดนี้ส่งให้ทีมสหรัฐฯ ผงาดคว้าเหรียญทองฮอกกี้น้ำแข็งหญิงในโอลิมปิกเป็นสมัยที่สาม ตอกย้ำความยิ่งใหญ่บนเวทีโลกอย่างสมศักดิ์ศรี
รอบชิงที่มีนักกีฬาควียร์มากที่สุดในประวัติศาสตร์
ไฮไลต์ที่ทำให้แมตช์นี้ถูกขนานนามว่า “Gayest Women’s Hockey Final Ever” คือจำนวนผู้เล่นที่เปิดเผยตัวตนว่าเป็น LGBTQ+ สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 9 คนด้วยกัน
ฝั่งแคนาดา (6 คน):
- Erin Ambrose
- Emily Clark
- Brianna Jenner
- Emerance Maschmeyer
- Marie-Philip Poulin
- Laura Stacey
ฝั่งสหรัฐอเมริกา (3 คน):
- Cayla Barnes
- Alex Carpenter
- Hilary Knight
ตัวเลขนี้ทำลายสถิติเดิมของทีมแคนาดาในโอลิมปิกปักกิ่ง 2022 ที่เคยมีผู้เล่นเอาต์ 7 คน และยังทำให้ฮอกกี้หญิงกลายเป็นกีฬาที่มีตัวแทน LGBTQ+ มากที่สุดในมหกรรมครั้งนี้ โดยรวมแล้วมีนักกีฬาที่เปิดเผยตัวตนอย่างน้อย 22 คนในกีฬาประเภทนี้
มากกว่าเหรียญทอง คือพื้นที่ของการเป็นตัวเอง
สิ่งที่เกิดขึ้นในแมตช์นี้สะท้อนภาพใหม่ของวงการกีฬาโลก พื้นที่ที่นักกีฬาไม่จำเป็นต้องซ่อนตัวตนเพื่อประสบความสำเร็จอีกต่อไป
การที่นักกีฬาหญิงจำนวนมากสามารถยืนอยู่ในรอบชิงเหรียญทอง พร้อมทั้งเป็นตัวของตัวเองอย่างเปิดเผย คือภาพแทนของความก้าวหน้าในวัฒนธรรมกีฬา และเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชน LGBTQ+ ทั่วโลก
บางครั้งชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อาจไม่ใช่แค่สกอร์บนกระดาน แต่คือการได้ลงสนามในแบบที่นักกีฬาสามารถแสดงออกความเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ที่มาของข้อมูล:
- https://www.pride.com/culture/sports/team-usa-win-womens-hockey-olympic-gold-medal
- https://www.them.us/story/olympic-womens-hockey-final-lgbtq-athletes-usa-vs-canada
รู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับโพสต์นี้?