เสื้อของ Enes Kanter Freedom พิมพ์ข้อความว่า “WOMAN: noun, adult human female” หรือแปลได้ประมาณว่า “ผู้หญิง: คำนาม หมายถึงมนุษย์เพศหญิงที่เป็นผู้ใหญ่” ซึ่งเป็นข้อความที่ถูกใช้บ่อยในการเคลื่อนไหวต่อต้านการยอมรับผู้หญิงข้ามเพศนั่นเอง
โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างช่วงพักในควอเตอร์ที่ 3 เมื่อ Natasha Cloud เดินเข้าไปพูดคุยกับ Enes Kanter Freedom และแสดงความไม่เห็นด้วยกับข้อความบนเสื้อของเขา ก่อนสถานการณ์จะเริ่มตึงเครียดขึ้น
Enes Kanter Freedom ลุกขึ้นและขยับเข้าใกล้พื้นที่สนาม ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามาแยกทั้งสองฝ่าย ก่อนพาเขาออกจาก Wintrust Arena และตำรวจชิคาโกเข้ามาดำเนินการต่อด้านนอกสนาม
หลังถูกเชิญออก Enes Kanter Freedom ได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียในทำนองว่า เขาถูกไล่ออกจากเกม WNBA เพราะ “สนับสนุนผู้หญิง” ขณะที่ภายหลัง Chicago Sky ประกาศแบนเขาจากสนามดังกล่าว โดยระบุว่าพฤติกรรมของเขาอาจถูกมองว่าเป็นการคุกคาม
แต่เรื่องนี้ไม่ได้จบแค่ว่าใครถูกเชิญออกจากสนาม เพราะมันเป็นเพียงตอนล่าสุดของประเด็นที่ Enes Kanter Freedom พยายามผลักให้กลายเป็นเวทีถกเถียงเรื่องคนข้ามเพศในกีฬา
ก่อนหน้านี้ Enes Kanter Freedom เพิ่งสร้างกระแสด้วยการประกาศว่าเขาจะเข้าสู่ WNBA Draft ปี 2027 พร้อมอ้างว่าตัวเองระบุอัตลักษณ์เป็นผู้หญิง และตั้งคำถามว่ากฎของลีกระบุว่าผู้เล่นต้องเป็น “ผู้หญิง” แต่ไม่ได้มีนิยามคำดังกล่าวอย่างละเอียดต่อสาธารณะ
อดีตนักบาส NBA อย่าง Royce White ก็ออกมาประกาศในลักษณะคล้ายกันในเวลาต่อมา
แน่นอนว่า Enes Kanter Freedom ไม่มีสิทธิ์เข้าดราฟต์ WNBA เพียงเพราะประกาศเช่นนั้น และสิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ถูกมองว่าเป็นการยั่วยุมากขึ้น ก็คือการที่เขาเลือกประกาศว่า “เป็นผู้หญิง” เพื่อท้าทายกฎของลีก ขณะเดียวกันกลับสวมเสื้อที่ถูกใช้เพื่อปฏิเสธว่า ผู้หญิงข้ามเพศก็คือผู้หญิง
พูดง่าย ๆ คือ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่เสื้อเพียงตัวเดียว แต่อยู่ที่วิธีการใช้ทั้งอัตลักษณ์และข้อความดังกล่าวเป็นเครื่องมือในการเสียดสีประเด็นคนข้ามเพศในกีฬา
หลังเหตุการณ์ Natasha Cloud ออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนชุมชนคนข้ามเพศ โดยส่งข้อความผ่าน Threads ว่า คนข้ามเพศเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนของเธอ พร้อมย้ำว่าพวกเขา “เป็นที่รัก เป็นที่มองเห็น และเป็นตัวของตัวเองได้”
ท่าทีของ Natasha Cloud ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้กลายเป็นเพียงดราม่าระหว่างนักบาสกับแฟนกีฬา แต่ถูกดึงกลับมาที่คำถามใหญ่กว่าเดิมว่า พื้นที่ของกีฬาหญิงควรเป็นพื้นที่สำหรับทุกคนแค่ไหน และเรากำลังถกเถียงเรื่องกติกากีฬากันจริง ๆ หรือกำลังใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างเพื่อโจมตีคนข้ามเพศกันแน่
ความจริงที่หลายคนอาจไม่รู้: WNBA ยังไม่มีนักกีฬาหญิงข้ามเพศ
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของดราม่านี้คือ ปัจจุบัน ยังไม่มีผู้เล่นหญิงข้ามเพศที่เปิดเผยตัวตนว่าเป็น transgender woman ลงเล่นใน WNBA เลย
ดังนั้น ข้อถกเถียงเรื่องผู้หญิงข้ามเพศจะเข้ามาเล่นใน WNBA ในเวลานี้จึงไม่ได้เกิดจากกรณีนักกีฬาข้ามเพศคนหนึ่งกำลังจะลงสนามจริง ๆ แต่ถูกขับเคลื่อนจากการถกเถียงทางการเมืองและความคิดเห็นของบุคคลสาธารณะเป็นหลัก
ประเด็นนี้ถูกจุดขึ้นอีกครั้งหลัง Sophie Cunningham ผู้เล่นของ Indiana Fever แสดงความคิดเห็นคัดค้านการมีส่วนร่วมของผู้หญิงข้ามเพศในกีฬาหญิง โดยให้เหตุผลว่าควรปกป้องพื้นที่และการแข่งขันของผู้หญิง
ด้าน WNBA เองเคยออกมาปฏิเสธความพยายามที่มองว่าเป็นการใช้ประเด็นนี้เพื่อกีดกันชุมชน LGBTQ+ พร้อมระบุว่า ปัจจุบันไม่ได้มีกรณีนักกีฬาข้ามเพศที่กำลังอยู่ในสถานะต้องพิจารณาสิทธิ์การลงแข่งขันในลีก
สุดท้ายแล้ว เสื้อหนึ่งตัวอาจใช้เวลาไม่กี่วินาทีในการสวม แต่ข้อความที่อยู่บนนั้นสามารถเปิดประเด็นใหญ่กว่าบาสเกตบอลได้มาก
เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของ Enes Kanter Freedom กับ Natasha Cloud หรือเรื่องว่าใครถูกเชิญออกจากสนามเท่านั้น
แต่มันสะท้อนว่า ในวันที่เรื่องสิทธิของคนข้ามเพศถูกดึงเข้าไปอยู่กลางเกมการเมืองและวัฒนธรรมมากขึ้นเรื่อย ๆ สนามกีฬาเองก็อาจกลายเป็นอีกหนึ่งเวทีที่ผู้คนใช้ต่อสู้ว่า ใครมีสิทธิ์ถูกมองเห็น และใครควรได้เป็นส่วนหนึ่งของคำว่า “ผู้หญิง” และครั้งนี้ ดูเหมือนว่าเกมที่เดือดที่สุดจะไม่ได้อยู่บนคอร์ตแค่นั้นด้วยสิ
ที่มาของข้อมูล: