NEWS

รายงานของ GLAAD ชี้ว่า ความปลอดภัยของ LGBTQ+ บนโซเชียลมีเดียวิกฤตกว่าที่เคย

รายงาน GLAAD 2025 ความปลอดภัย LGBTQ+ บนโซเชียลมีเดียวิกฤตกว่าที่เคย GENDERATION

ในช่วงเวลาที่ความรุนแรงและการล่วงละเมิดต่อ LGBTQ+ ในโลกจริงเพิ่มขึ้น โซเชียลมีเดียกลับให้ความรู้สึกว่าเป็นพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัยสำหรับชุมชนนี้ เมื่อแพลตฟอร์มใหญ่ ๆ กลับลดทอนมาตรการปกป้องและเปิดโอกาสให้เกิดการแสดงความเกลียดชังมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สนับสนุนความหลากหลายและความปลอดภัยออนไลน์

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตามรายงาน Social Media Safety Index (SMSI) ประจำปี 2025 ของ GLAAD (Gay & Lesbian Alliance Against Defamation)  องค์กรไม่แสวงหากำไรที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อปกป้องและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ถูกต้องและเป็นบวกของชุมชน LGBTQ+ มีเป้าหมายลดการเหมารวมและการเลือกปฏิบัติที่เกิดจากการนำเสนอในสื่อ เปิดเผยว่า ความปลอดภัยของผู้ใช้ LGBTQ+ บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ในปัจจุบันอยู่ในภาวะวิกฤตกว่าที่เคย พร้อมกับตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของนโยบายปกป้องความปลอดภัย (“draconian rollbacks”) ในปีที่ผ่านมาว่ามีประสิทธิภาพจริงหรือ

โดยอิงจากผลสำรวจกลุ่มผู้ใช้ LGBTQ+ พบว่า TikTok, YouTube, X (Twitter เดิม), Facebook, Instagram และ Threads ต่างได้รับคะแนนต่ำในด้านความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการแสดงออกสำหรับ LGBTQ+ โดยที่ไม่มีแพลตฟอร์มใดได้คะแนนเกิน 56 จาก 100 คะแนน โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • TikTok ได้ 56 คะแนน / 100 
  • Facebook ได้ 45 คะแนน / 100 
  • Instagram ได้ 45 คะแนน / 100 
  • Threads  ได้ 40 คะแนน / 100 
  • YouTube  ได้ 41 คะแนน / 100 
  • X (Twitter)  ได้ 30 คะแนน / 100 

จากผลสำรวจส่วนใหญ่มีความเห็นที่ตรงกันว่า โซเชียลมีเดียหลายแห่งมักมีการเซ็นเซอร์เนื้อหา LGBTQ+  โดยมีการจัดประเภทเนื้อหา LGBTQ+ เป็นเนื้อหาผู้ใหญ่ หรือ เนื้อหาที่ไม่เหมาะสม 

รวมไปถึงการลดรายได้ (demonetization) และทำการแบนเนื้อหาเกี่ยวกับ LGBTQ+ อย่างไม่สมเหตุสมผล  แต่กลับปล่อยให้มีการแสดงวาทกรรมและข้อมูลเท็จต่อต้าน LGBTQ+ บนโลกออนไลน์ ส่งผลให้เกิดอันตรายและความรุนแรงในโลกจริงเพิ่มขึ้น ในขณะที่บริษัทโซเชียลมีเดียยังคงไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกลั่นกรองเนื้อหา อัลกอริทึม และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างทั่วถึง

นอกจากนี้มีข้อมูลที่พบว่า Meta (Facebook, Instagram, Threads) ได้ปรับนโยบายให้สามารถเรียก LGBTQ+ ว่า “ผิดปกติ” หรือ “ป่วยทางจิต” ได้ และใช้คำที่มีนัยทางลบ เช่น “homosexuality” และ “transgenderism” ซึ่งเป็นคำที่ถูกกลุ่มอนุรักษ์นิยมใช้ในเชิงลบ

ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Meta เคลื่อนไหวไปทางการเมืองขวา และมีการแต่งตั้งผู้ที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมเข้ามามีบทบาทในบริษัท และ YouTube (Google) ก็ได้ถอดการระบุอัตลักษณ์ทางเพศ ออกจากแพล็ตฟอร์มอีกด้วย

ทางฝั่งของ Sarah Kate Ellis ประธาน GLAAD ระบุว่า แพลตฟอร์มเหล่านี้กำลังทำกำไรจากความเกลียดชังต่อ LGBTQ+ แทนที่จะปกป้องผู้ใช้งาน และจากรายงานปี 2025 ของ GLAAD ชี้ชัดว่าสถานการณ์ความปลอดภัยของ LGBTQ+ บนโซเชียลมีเดียอยู่ในภาวะวิกฤตยิ่งกว่าเดิม อันเนื่องมาจากการย้อนกลับนโยบายและการขาดความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มหลัก ๆ โดยเฉพาะ Meta, YouTube และ X อย่างไรก็ตามทางฝั่งของ GLAAD ได้เสนอว่า 

  • ปกป้องผู้ใช้ LGBTQ+ จากการเกลียดชัง การล่วงละเมิด และความรุนแรง
  • ห้ามการ misgendering (เรียกเพศผิด) และ deadnaming (เรียกชื่อเดิมของคนข้ามเพศ)
  • ฟื้นฟูและบังคับใช้นโยบายปกป้อง LGBTQ+ อย่างจริงจัง
  • เพิ่มการฝึกอบรมผู้กลั่นกรองเนื้อหาเกี่ยวกับความปลอดภัยและความหลากหลายทางเพศ
  • เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกลั่นกรองและอัลกอริทึมอย่างโปร่งใส
  • ลดการเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อโฆษณาแบบเจาะจงกลุ่ม
  • ส่งเสริมวัฒนธรรมการสนทนาเชิงสร้างสรรค์และเคารพความแตกต่าง

ที่มาของข้อมูล:

  1. https://glaad.org/releases/glaad-social-media-safety-index-2025/ 
  2. https://abcnews.go.com/Technology/wireStory/major-social-media-platforms-fail-protect-lgbtq-users-121747864  

บทความที่เกี่ยวข้อง

Share This :

บทความที่เกี่ยวข้อง