นอกจากบทลงโทษที่เข้มงวดแล้ว ตำรวจยังถูกวิจารณ์อย่างหนักจากการนำเทคโนโลยีจดจำใบหน้า (facial recognition) มาใช้ติดตามและระบุตัวผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการใช้เครื่องมือรัฐเพื่อข่มขู่สร้างแรงกดดันทางสังคมและสั่นคลอนเสรีภาพในการชุมนุมอย่างร้ายแรง
เกซา บูซาส-ฮาเบลได้ออกมาโต้แย้งว่า กฎหมายฉบับดังกล่าวได้สร้างบรรยากาศที่ไม่เป็นมิตรต่อองค์กรภาคประชาชน อีกทั้งยังถูกใช้เพื่ออ้างการปกป้องเด็กในลักษณะที่ไม่สมเหตุสมผล เขาย้ำว่ามาตรการดังกล่าวทำให้การทำงานของภาคประชาสังคมยากขึ้น และเป็นสัญญาณที่น่าเป็นห่วงต่อสิทธิเสรีภาพในประเทศ
และท่ามกลางสถานการณ์นี้ ชาวเมืองบูดาเปสต์กว่า 200,000 คน ได้ออกมาเดินขบวนประท้วงกฎหมายใหม่ของรัฐบาล เพื่อยืนยันสิทธิความหลากหลายทางเพศและต่อต้านการจำกัดเสรีภาพของประชาชน
ทางด้านของสมาคมผู้จัดงานไพรด์ยุโรป (EPOA) ก็ได้ออกแถลงการณ์ประณามการสอบสวนดังกล่าว โดยชี้ว่ามาตรการของฮังการีเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและขัดต่อกฎหมายของสหภาพยุโรปอย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตามหากบูซาส-ฮาเบลถูกพิพากษาว่ามีความผิด เขาจะสูญเสียสิทธิ์ในการประกอบอาชีพครูทันที ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการดำเนินคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมืองและขัดต่อหลักความยุติธรรม
ที่มาของข้อมูล:
- https://civicspacewatch.eu/hungary-teacher-faces-eu-first-criminal-charges-for-organising-pride/
- https://www.attitude.co.uk/news/hungary-pride-organiser-could-face-one-year-prison-504078/
รู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับโพสต์นี้?