แม้คู่รักต่างเพศยังคงเป็นผู้ใช้บริการหลักที่ร้อยละ 90 แต่การเพิ่มขึ้นของกลุ่มผู้ใช้บริการที่หลากหลายสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงโสดและคู่หญิงรักหญิงยังต้องเผชิญอุปสรรคสำคัญ โดยเฉพาะด้านการเงิน ดังกรณีของ Laura-Rose Thorogood ผู้ก่อตั้ง LGBT Mummies ที่ต้องใช้เงิน 50,000-60,000 ปอนด์ในช่วง 13 ปีเพื่อมีลูกสี่คน เธอเล่าว่าหลายคู่ต้องยุติความพยายามเพราะค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป
ในสหราชอาณาจักร ด้านการสนับสนุนจากภาครัฐ เงินทุนจาก NHS ลดลงจากร้อยละ 40 เหลือเพียงร้อยละ 27 โดยในกลุ่มผู้มีอายุ 18-39 ปีที่เข้ารับการรักษาครั้งแรก คู่รักต่างเพศได้รับทุนร้อยละ 52 คู่รักหญิงร้อยละ 16 และผู้หญิงโสดร้อยละ 18 นอกจากนี้ ยังมีความแตกต่างระหว่างภูมิภาค โดยในสกอตแลนด์สนับสนุนถึงร้อยละ 78 เวลส์ร้อยละ 53 และอังกฤษร้อยละ 45 แต่น่าสนใจว่าสกอตแลนด์ยังไม่ให้ทุนแก่ผู้หญิงโสด
IVF มีข้อดีหลายประการ ทั้งอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ที่สูง ความเสี่ยงการตั้งครรภ์แฝดต่ำ และการเก็บตัวอ่อนไว้ใช้ในอนาคต โดยเฉพาะในกลุ่มคู่หญิงรักหญิง การทำ IVF แบบแลกเปลี่ยนที่ฝ่ายหนึ่งให้ไข่และอีกฝ่ายตั้งครรภ์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
สำหรับประเทศไทย แม้กฎหมายยังไม่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงโสดหรือคู่รักเพศเดียวกันเข้าถึง IVF ได้อย่างเต็มที่ แต่มีความหวังว่ากฎหมายสมรสเท่าเทียมที่กำลังจะมีผลบังคับใช้อาจเปิดโอกาสให้กลุ่ม LGBTQ+ เข้าถึงเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ได้มากขึ้น ค่าใช้จ่ายในการทำ IVF ในไทยอยู่ที่ประมาณ 138,000 บาทต่อรอบการรักษา ซึ่งถือว่าสูงสำหรับคนทั่วไป
ทัศนคติของสังคมไทยต่อการมีบุตรของผู้หญิงโสดและคู่หญิงรักหญิงกำลังเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ การศึกษาและความเป็นอิสระทางการเงินของผู้หญิงมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงนี้ องค์กรด้านสิทธิเช่น Stonewall เรียกร้องให้มีการปรับปรุงระบบบริการให้รองรับครอบครัวทุกรูปแบบ เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตให้กับครอบครัวที่หลากหลาย
การเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านกฎหมาย นโยบายสาธารณะ และทัศนคติของสังคม จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างโอกาสให้ทุกคนสามารถสร้างครอบครัวได้ตามที่ปรารถนา โดยไม่ถูกจำกัดด้วยเพศสภาพหรือสถานะความสัมพันธ์
รู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับโพสต์นี้?