โปรเจกต์นี้เป็นทั้งนวัตกรรมทางเทคโนโลยี และการแสดงออกถึงความรับผิดชอบทางสังคมอย่างชัดเจน ตั้งแต่เรื่องสิทธิเด็ก ความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการแทรกแซงอย่างทันท่วงที
KidAID ใช้ AI วิเคราะห์ภาพจากกล้องวงจรปิด พร้อมเสียง (ถ้ามี) เพื่อตรวจจับพฤติกรรมต้องสงสัยในศูนย์เลี้ยงเด็ก เช่น การกักเด็กไว้นานเกินไป ท่าทางก้าวร้าว ปฏิกิริยาทางร่างกายหรือสีหน้าที่แสดงถึงความกลัว ความวิตก หรือการใช้โทนเสียงข่มขู่
ระบบสามารถแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ในศูนย์หรือผู้ตรวจสอบจากภายนอกได้แบบเรียลไทม์ เพิ่มโอกาสในการป้องกันเหตุร้ายก่อนจะสายเกินไป ซึ่งเป็นจุดที่กล้องวงจรปิดทั่วไปไม่สามารถทำได้
Chow พัฒนา KidAID ร่วมกับทีมในโรงเรียน โดยใช้เวลา 6 เดือนกับโน้ตบุ๊กเก่าเครื่องเดียวที่มักจะร้อนจัดจนต้องหยุดพักการใช้งาน ด้วยข้อจำกัดด้านข้อมูล พวกเธอเลือกใช้วิธีจำลองเหตุการณ์ขึ้นมาในโรงเรียนเพื่อฝึกโมเดล AI แทนการใช้ฟุตเทจจริง
เครื่องมือที่ใช้เป็นโอเพนซอร์สทั้งหมด เช่น Python, TensorFlow และ OpenCV ทำให้แม้จะไม่มีงบประมาณหรือเครื่องมือไฮเทค ก็สามารถพัฒนานวัตกรรมที่มีศักยภาพได้
KidAID นั้น
- ผ่านเข้ารอบและคว้ารางวัลจากงานประกวดวิทยาศาสตร์หลายรายการ ทั้งในฮ่องกงและระดับนานาชาติ
- มีหลายประเทศแสดงความสนใจทดลองใช้งานจริงในศูนย์เด็กเล็ก
- นักวิจัยด้านเทคโนโลยีและสิทธิเด็กกล่าวว่า KidAID อาจเป็นหมุดหมายใหม่ของการนำ AI มาใช้ในการปกป้องผู้เปราะบาง
Chow เล่าว่า จุดเริ่มต้นของโปรเจกต์นี้มาจากการที่เธอเห็นว่าเหตุการณ์ล่วงละเมิดเด็กจำนวนมากไม่ถูกรายงาน หรือไม่มีใครสังเกตเห็น เด็กที่ได้รับผลกระทบมักไม่มีโอกาสพูดแทนตัวเอง
KidAID จึงถูกออกแบบมาเพื่อช่วยสังเกตในจุดที่มนุษย์อาจมองข้าม เป็นเครื่องมือที่ฟังและมองอย่างมีความเข้าใจ ไม่ใช่แค่จับภาพ แต่รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในความเงียบ
โปรเจกต์นี้ยังเป็นตัวอย่างของศักยภาพจากเยาวชน โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงในสายเทคโนโลยี ที่มีทั้งความกล้าและความสามารถในการแก้ปัญหาสังคมที่ซับซ้อน
แม้ระบบจะใช้งานได้ดีในขั้นต้น แต่การฝึกจากสถานการณ์จำลองยังห่างไกลจากความซับซ้อนในชีวิตจริง จึงจำเป็นต้องมีการทดสอบและปรับปรุงให้แม่นยำและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นก่อนนำไปใช้อย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตาม ความสนใจจากหน่วยงานด้านเด็กและนักพัฒนาเทคโนโลยี สะท้อนว่าโลกกำลังมองหาแนวทางใหม่ที่ปลอดภัยและรอบคอบมากขึ้นในการดูแลผู้ที่เปราะบางที่สุด
Chow Sze-lok ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ AI จากบริษัทใหญ่ แต่เป็นนักเรียนที่เชื่อว่าเทคโนโลยีสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกได้จริง หากถูกใช้ด้วยความเข้าใจและตั้งใจเพื่อสังคม
KidAID คือหลักฐานของพลังจากคนรุ่นใหม่ ที่ไม่รอให้โตจึงจะเริ่มเปลี่ยนแปลงอะไร
ที่มาของข้อมูล:
- https://www.instagram.com/p/DN8NEC2CP1A/?img_index=2
- https://edinbox.com/newsviews/news/5842-teen-creates-a-powerful-ai-tool-to-detect-child-abuse-in-child-care-centers
- https://geeksaroundglobe.com/teen-creates-ai-that-spots-daycare-abuse-in-just-6-months-using-only-a-school-laptop/
บทความที่เกี่ยวข้อง
- Pillion หนังเควียร์สุดเดือด ขอท้าให้ทุกคนกล้าเป็นตัวของตัวเองไม่ต้องสนใจสายตาคนอื่น
- จากความเสียวสู่โหมดดราม่า Troye Sivan เผยว่าหดหู่ใจ เมื่อถูกล้อเลียนเกี่ยวกับร่างกายของเขสในมิวสิควิดีโอ "Rush"
- Imane Khelif ยื่นฟ้อง Elon Musk, J.K. Rowling และคนอื่น ๆ ในข้อหาหลั่นแกล้งทางไซเบอร์
- จับตาฟีเจอร์ LGBTQ+ จะอยู่หรือไป หลัง EA ผู้พัฒนา The Sims ถูกกลุ่มนักลงทุนซาอุดิอาระเบียเข้าซื้อกิจการ
- Chappell Roan ยืนกรานปฏิเสธคำเชิญร่วมงาน Pride ของทำเนียบขาว