เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา Marhamah Rosli รองรัฐมนตรีของมาเลเซีย กล่าวถ้อยคำดังกล่าว ในที่ประชุมวุฒิสภาของมาเลเซีย หรือ Dewan Negara
โดยเธอให้ความเห็นระหว่างตอบคำถามเกี่ยวกับการติดตามตรวจสอบกิจกรรมที่จัดแบบปิด โดยยกตัวอย่างกรณีรีทรีตเรื่อง Glamping with Pride ที่ถูกยกเลิกไปก่อนหน้านี้ พร้อมระบุว่าการใช้คำว่า LGBT บ่อยครั้ง อาจส่งผลให้ระบบอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มออนไลน์ขยายการเข้าถึงคอนเทนต์ลักษณะนี้มากขึ้น
บทบาทของหน่วยงานรัฐ
ในประเด็นการติดตามตรวจสอบ รัฐบาลมาเลเซียมอบหมายให้ Department of Islamic Development Malaysia หรือ JAKIM เฝ้าระวังคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าว โดยทำงานร่วมกับ Malaysian Communications and Multimedia Commission (MCMC) เพื่อถอดถอนเนื้อหาที่ถูกมองว่าละเมิดกฎหมายหรือขัดต่อแนวทางของรัฐ
มาเลเซียยังคงมีกฎหมายที่เข้มงวดต่อกิจกรรมรักเพศเดียวกันและการแสดงออกทางอัตลักษณ์ทางเพศ ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและการลงโทษทางร่างกาย ส่งผลให้บรรยากาศด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศในประเทศยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง
เสียงคัดค้านจากองค์กรสิทธิฯ
ด้าน Amnesty International Malaysia ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ข้อเสนอดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยระบุว่าการใช้ถ้อยคำเช่น “วัฒนธรรมเบี่ยงเบน” เป็นการเลือกปฏิบัติต่อชุมชนที่เปราะบาง และไม่ใช่แนวทางในการธำรงศีลธรรมของสังคมอย่างที่ฝ่ายการเมืองอ้าง
นักวิจารณ์จำนวนไม่น้อยมองว่า ท่าทีนี้สะท้อนบรรยากาศการกวาดล้างและจำกัดพื้นที่ของ LGBTQ+ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2018 พร้อมตั้งคำถามว่า การเปลี่ยนคำเรียก จะช่วยลดการมองเห็นจริง หรือยิ่งตอกย้ำการตีตราให้ชัดขึ้นกว่าเดิม
อย่างไรก็ตามประเด็นนี้ อาจไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของคำศัพท์ แต่สะท้อนการต่อสู้เชิงวาทกรรมและสิทธิการมีตัวตนของผู้คนในสังคมยุคดิจิทัล เมื่อภาษา กลไกอัลกอริทึม และอำนาจรัฐ มาบรรจบกันในสมรภูมิเดียวกันอย่างเข้มข้น
ที่มาของข้อมูล:
- https://www.bernama.com/en/news.php?id=2527903
- https://www.attitude.co.uk/news/malaysian-government-lgbtq-deviant-culture-514835/
รู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับโพสต์นี้?