กฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 30 วัน หรือเริ่มตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป โดยในช่วงเวลาการลา ลูกจ้างจะได้รับการคุ้มครองสถานภาพการจ้างงานและสิทธิค่าจ้างตามที่กำหนดไว้ พร้อมแยก “สิทธิลาตรวจสุขภาพและพักฟื้นของหญิงตั้งครรภ์” ออกจากวันลาป่วย เพื่อให้เกิดความชัดเจนและไม่กระทบสิทธิประโยชน์อื่นๆ
นอกจากนี้มีสาระสำคัญเพิ่มเติม ได้แก่
- นายจ้างต้องคงสถานภาพการจ้างงานของลูกจ้างตลอดช่วงเวลาการลาคลอดและการลาดูแลครอบครัว
- สิทธิลาต่าง ๆ เพื่อดูแลสมาชิกในครอบครัว เช่น คู่สมรส บุตร หรือบุพการี จะเป็นไปตามประกาศกระทรวงแรงงาน และต้องไม่น้อยกว่ามาตรฐานในกฎหมาย
- หน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจสามารถใช้หลักเกณฑ์เฉพาะของตนได้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่าหลักเกณฑ์ขั้นต่ำในกฎหมายฉบับนี้
การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับการคุ้มครองแรงงานหญิงและสนับสนุนบทบาทครอบครัวอย่างเหมาะสม เป็นการปรับระบบสวัสดิการให้ทันสมัยและตอบสนองความต้องการของแรงงานในปัจจุบันมากขึ้น
ที่มาของข้อมูล:
- https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/89818.pdf
- https://www.prachachat.net/sd-plus/sdplus-hr/news-1916898
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ส.ส. พรรครีพับลิกันในรัฐเท็กซัส เสนอร่างกฏหมายห้ามนักเรียนแสดงพฤติกรรม-แต่งกายเป็นสัตว์เลี้ยงในโรงเรียน มุ่งโจมตีกลุ่มนักเรียน LGBTQ+ ทางอ้อม
- ต้านแรงกดดันไม่ไหว Katalin Novak (คาตาลิน โนวัค) ประธานาธิบดีของฮังการีประกาศลาออกจากตำแหน่ง เซ่นปมอภัยโทษคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กในสถานสงเคราะห์
- Gay Health Network เปิดรับผลงานจากศิลปิน LGBTQ+ ทั่วโลก เพื่อจัดแสดงที่ดับลิน เมืองหลวงไอร์แลนด์
- AI ยุติธรรมหรือไม่? สำรวจอคติทางเพศในเทคโนโลยีอัจฉริยะ
- Tom Daley จากนักดำน้ำโอลิมปิก สู่เส้นทางนักถักนิตติ้งมืออาชีพ พร้อมเปิดตัวคาร์ดิแกน รุ่นลิมิเต็ด