สิ่งนี้ทำให้เรื่องที่ดูเหมือนเป็นแค่ช่องหนึ่งบนบัตรประชาชน กำลังกลายเป็นประเด็นใหญ่สำหรับชุมชน LGBTQ+ ในโอไฮโอในขณะนี้เป็นที่เรียบร้อย
จากเคยเปลี่ยนได้ด้วยแบบฟอร์ม สู่ต้องมีเอกสารเพิ่ม
สำนักงาน Ohio Bureau of Motor Vehicles (BMV) ยกเลิกกระบวนการเดิมที่เปิดให้ประชาชนขอเปลี่ยน sex marker บนใบขับขี่หรือ State ID ผ่านแบบฟอร์มโดยตรง
ซึ่งย้อนไปก่อนหน้านี้ ชาวโอไฮโอสามารถยื่นแบบฟอร์มที่เรียกว่า Declaration of Gender Change พร้อมการรับรองจากผู้ให้บริการด้านการแพทย์หรือสุขภาพจิต เพื่อขอเปลี่ยนข้อมูลเพศบนเอกสารได้ โดยกระบวนการนี้ถูกใช้งานมานานถึง 17 ปี
แต่ตอนนี้กติกาเปลี่ยนแล้ว
ผู้ที่ต้องการเปลี่ยน sex marker จะต้องมี สูติบัตรที่แก้ไขเพศแล้ว หรือพาสปอร์ต มาแสดงต่อ BMV ก่อน โดย BMV ระบุว่าจะบันทึกเพศบนใบขับขี่หรือ State ID ให้ตรงกับข้อมูลที่ปรากฏในสูติบัตรหรือพาสปอร์ต
พูดง่าย ๆ คือ จากเดิมที่ขอเปลี่ยนกับ BMV ได้เลย ตอนนี้ต้องไปจัดการเอกสารอีกชุดหนึ่งให้เรียบร้อยก่อน
ทำไม LGBTQ+ ถึงมองว่านี่เป็นอุปสรรคใหญ่?
สำหรับคนทั่วไป การแก้ข้อมูลในสูติบัตรอาจฟังดูเหมือนเป็นขั้นตอนทางราชการธรรมดา แต่สำหรับคนข้ามเพศ เรื่องนี้ไม่ได้ง่ายแบบนั้นเสมอไป
การแก้ sex marker ในสูติบัตรอาจมีค่าใช้จ่าย ต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมาย และยังขึ้นอยู่กับว่าบุคคลนั้นเกิดที่ไหน รวมถึงกฎของพื้นที่นั้น ๆ ด้วย
ทางด้านของ Equality Ohio ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายใหม่ โดยมองว่าการเพิ่มเงื่อนไขดังกล่าวทำให้คนข้ามเพศต้องเจอกับขั้นตอนที่เพิ่มขึ้น และอาจทำให้การมีเอกสารราชการที่ตรงกับอัตลักษณ์ของตัวเองยากกว่าเดิม
ยิ่งไปกว่านั้น คนที่เกิดนอกโอไฮโออาจต้องกลับไปดำเนินการเรื่องสูติบัตรตามกฎของรัฐหรือพื้นที่ที่ตัวเองเกิด ซึ่งบางแห่งก็มีข้อจำกัดมากกว่าโอไฮโอเสียอีก
เบื้องหลังนโยบายใหม่มาจากอะไร?
BMV อธิบายว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สอดคล้องกับภาษาที่ถูกเพิ่มเข้าไปในงบประมาณของรัฐโอไฮโอ ซึ่งลงนามโดยผู้ว่าการรัฐ Mike DeWine เมื่อปี 2025
กฎหมายดังกล่าวกำหนดจุดยืนของรัฐว่าโอไฮโอรับรองเพียง สองเพศ คือ male และ female เท่านั้น และระบุว่าเพศเหล่านี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
ดังนั้น BMV จึงเปลี่ยนแนวทางการออกเอกสารประจำตัวให้สอดคล้องกับกฎหมายดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับ sex marker บนเอกสารราชการ ไม่ใช่การเปลี่ยนชื่อ โดยขั้นตอนสำหรับการเปลี่ยนชื่อยังคงมีอยู่ตามปกติ
อีกหนึ่งสมรภูมิของสิทธิคนข้ามเพศ
สิ่งที่เกิดขึ้นในโอไฮโอจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการระบุ M หรือ F บนใบขับขี่ว่าอย่างไร
สำหรับคนข้ามเพศ เอกสารประจำตัวที่ไม่ตรงกับอัตลักษณ์หรือรูปลักษณ์ของเจ้าของเอกสาร อาจทำให้ต้องอธิบายตัวเองซ้ำ ๆ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกเลือกปฏิบัติในสถานการณ์ที่ต้องแสดงบัตรประชาชน
และนี่ก็ไม่ใช่นโยบายเดียวที่กำลังทำให้สิทธิของคนข้ามเพศในโอไฮโอถูกจับตามอง เพราะรัฐยังมีข้อถกเถียงและคดีเกี่ยวกับกฎหมายที่จำกัดการเข้าถึง gender-affirming care สำหรับเยาวชนข้ามเพศ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลสูงสุดรัฐโอไฮโอด้วย
ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตัวอักษรหนึ่งตัวบนใบขับขี่ แต่คือคำถามว่า ใครควรมีสิทธิ์กำหนดว่าตัวตนของเราคืออะไร
เมื่อรัฐเลือกให้เอกสารราชการต้องสะท้อนเพศตามกรอบที่กฎหมายกำหนด แทนที่จะเปิดทางให้คนข้ามเพศแก้ข้อมูลให้ตรงกับตัวตนของตัวเอง สิ่งที่เปลี่ยนจึงไม่ใช่แค่ขั้นตอนการทำบัตร แต่คือเส้นแบ่งระหว่าง “ตัวตนที่เราเป็น” กับ “ตัวตนที่รัฐยอมรับ”
และสำหรับคนข้ามเพศในโอไฮโอ วันนี้เส้นแบ่งนั้นกำลังชัดขึ้นกว่าเดิมว่า การมีเอกสารที่ตรงกับตัวตนของตัวเอง อาจไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป
ที่มาของข้อมูล: