แม้จะเป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าทางเพศในเวทีการเมือง ทาคาอิจิกลับมีจุดยืนชัดเจนในการต่อต้านสิทธิของกลุ่ม LGBTQ+ โดยเฉพาะการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน เธอเคยแสดงความเห็นว่าการอนุญาตให้คู่สมรสใช้นามสกุลแยกกัน “อาจบ่อนทำลายโครงสร้างของครอบครัวญี่ปุ่น” เป็นสัญลักษณ์ของการยืนหยัดในฐานะผู้นำสายขวาจัดอย่างเห็นได้ชัด
ในด้านเศรษฐกิจ ทาคาอิจิประกาศเดินหน้าฟื้นฟูแนวทาง “อาเบะโนมิกส์” ของอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ มุ่งเน้นการลงทุนของรัฐในเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าเพิ่มขนาดเศรษฐกิจญี่ปุ่นเป็นสองเท่าภายใน 10 ปี ขณะเดียวกัน เธอยังผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 9 เพื่อให้ญี่ปุ่นมีบทบาททางทหารมากขึ้น และยืนหยัดจุดยืนแข็งกร้าวต่อจีน รวมถึงกระชับความร่วมมือกับสหรัฐฯ
แม้การขึ้นสู่อำนาจของเธอจะเป็นก้าวสำคัญสำหรับผู้หญิงในวงการการเมืองญี่ปุ่น แต่ปัจจุบันผู้หญิงยังมีสัดส่วนเพียงราว 15% ในรัฐสภาเท่านั้น ทางทาคาอิจิออกมาให้คำมั่นว่าจะเพิ่มจำนวนผู้หญิงในคณะรัฐมนตรีต่อจากนี้ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ชวนให้ติดตาม
ในประเด็นสิทธิ LGBTQ+ ถึงแม้ว่าญี่ปุ่นเพิ่งเริ่มขยายสิทธิในบางด้าน เช่น การให้คู่รักเพศเดียวกันได้รับเงินช่วยเหลือในกรณีภัยพิบัติ และสิทธิประโยชน์ทางกฎหมายบางส่วน แต่การแต่งงานยังจำกัดเฉพาะชายและหญิง ส่วนการเปลี่ยนแปลงเพศในเอกสารทางกฎหมายยังต้องผ่านกระบวนการผ่าตัด แม้ศาลญี่ปุ่นจะมีคำวินิจฉัยในปี 2025 ในการลดเงื่อนไขการผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนชื่อและเพศในทางกฎหมายก็ตาม
ที่มาของข้อมูล:
- https://edition.cnn.com/2025/10/20/asia/japan-female-prime-minister-sanae-takaichi-intl-hnk
- https://www.attitude.co.uk/news/japan-prime-minister-sanae-takaichi-500727/
รู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับโพสต์นี้?