ซึ่งในขณะนี้ทางศาลชั้นต้นรวมถึงศาลอุทธรณ์ยังคงพิจารณาคดีนี้ นับตั้งแต่การรับพิจารณาคดีเมื่อ 17 มกราคม 2025 และมีกำหนดพิจารณาอีกครั้งเมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมาและถูกเลื่อนพิจารณาออกไปอย่างไม่มีกำหนด ในเบื้องต้นชั้นศาลให้เหตุผลว่าคำร้องดังกล่าวยังขาดหลักฐานว่าการใช้หนังสือเหล่านี้บังคับให้เด็กต้องเชื่อหรือกระทำตาม หรือมีความขัดกับศาสนาของครอบครัวอย่างไร
อย่างไรก็ตามทาง PEN America องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ทำงานอยู่ระหว่างวรรณกรรมกับสิทธิมนุษยชนเพื่อปกป้องเสรีภาพการแสดงออกในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก รวมถึงผู้เขียนหนังสือที่เกี่ยวข้องได้ออกแถลงการณ์สนับสนุนแนวคิดของโรงเรียนที่โดยชี้แจงว่า การเปิดรับแนวคิดที่แตกต่างไม่ได้เป็นการบังคับให้เด็กเปลี่ยนแปลงความเชื่อ และหนังสือกลุ่มที่ว่าได้แก่ Pride Puppy และ Uncle Bobby’s Wedding ที่พูดถึงครอบครัวหลากหลายรูปแบบ เป็นหนังสือสำหรับเด็กที่มีตัวละครหรือเนื้อหาเกี่ยวกับ LGBTQ+ และถูกนำมาใช้เป็นสื่อเสริมการสอนเพียงเท่านั้น ไม่ได้รวมอยู่ในหลักสูตรที่บังคับให้ทุกคนต้องเรียนรู้ หรือใช้ในรูปแบบการสอบวัดผลแต่อย่างใด ซึ่งนับตั้งแต่มีการสั่งแบนหนังสือ LGBTQ+ ในสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้จากข้อมูลของ American Library Association (ALA) พบว่ามีการพยายามแบนหนังสือ 414 ครั้งใน 8 เดือนแรกของปี 2024 นั้นคือเรื่องจริง
ทางฝั่งของผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการต่อต้านการเซ็นเซอร์เตือนว่าหากศาลฎีกาตัดสินเห็นด้วยกับคำร้องดังกล่าว อาจนำไปสู่การสั่งแบนหนังสือเกี่ยวกับ LGBTQ+ เพิ่มขึ้น 39% จากปีที่ผ่านมา รวมถึงอาจส่งผลการกีดกันหนังสือที่มีเนื้อหาสะท้อนประสบการณ์ของกลุ่มชายขอบอื่น ๆ เช่น เชื้อชาติ,ชาติพันธุ์ตามมา และก่อเกิดการเลือกปฏิบัติภายในโรงเรียนมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
ที่มาของข้อมูล: https://pen.org/mahmoud-v-taylor-supreme-court-case/
บทความที่เกี่ยวข้อง
- Stonewall หนุนคำเตือนของสภายุโรปต่อรัฐบาลอังกฤษ ปมละเมิดสิทธิคนข้ามเพศ
- No Trousers Tube Ride กลับมาอีกครั้งในลอนดอนสุดสัปดาห์นี้ ชวนผู้โดยสารขึ้นรถไฟใต้ดินแบบไม่ใส่กางเกง
- อินเดียเดือด! ชาว LGBTQ+ ลุกขึ้นสู้ หลังรัฐจ่อลบสิทธิเป็นตัวเอง
- แฟนบอลช็อก! Enzo Fernandez นักเตะเชลซีขอโทษหลังร่วมร้องเพลงเหยียดเชื้อชาติและเหยียดเพศฉลองชัยโคปา อเมริกา
- เยอรมนีอนุมัติกฎหมายให้บุคคลข้ามเพศสามารถเปลี่ยนชื่อและเพศของตนเองในเอกสารทางการได้