โดยหนึ่งในหมุดหมายที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ “เริ่มตั้งแต่โรงเรียน” ผ่านบทเรียนและกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กๆ โดยเฉพาะเด็กผู้ชาย เข้าใจ ความสัมพันธ์ที่ดี (healthy relationships) เรื่อง ความยินยอม (consent) ขอบเขต (boundaries) และการรับมืออิทธิพลความเกลียดชังผู้หญิงบนโลกออนไลน์ (online misogyny)
แนวคิดนี้ไม่ใช่การ ‘ชี้นิ้วโทษเด็กผู้ชาย’ แบบเหมารวม หากแต่เป็นการยอมรับความจริงว่า ค่านิยมทางเพศสภาพ และ วัฒนธรรมออนไลน์ หล่อหลอมทัศนคติได้เร็วมาก และการป้องกันต้องเริ่มก่อนความรุนแรงจะเกิดขึ้น
มาตรการใหม่ต่อยอดจากกรอบการเรียนการสอนด้านความสัมพันธ์ที่มีอยู่เดิม (Relationships Education / RSHE) ของอังกฤษ ที่เน้นให้เด็กเรียนรู้เรื่องครอบครัว มิตรภาพ ความเคารพ และการปกป้องตนเองในบริบทที่เหมาะกับวัย
แต่ในชุดนโยบายที่ประกาศปลายปี 2025 รัฐบาลระบุชัดว่าโรงเรียนต้องเข้มขึ้น ในประเด็นที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมละเมิดและความรุนแรง เช่น
- การเข้าใจ ความยินยอม (consent) และการสื่อสารขอบเขตอย่างปลอดภัย
- การมองเห็นสัญญาณของ พฤติกรรมควบคุมหรือบงการในความสัมพันธ์ (เช่น coercive control) ในแบบที่เด็กเข้าใจได้
- การรับมือการคุกคามออนไลน์ (online harassment) และทัศนคติที่เหยียดเพศ
- การชวนตั้งคำถามกับคอนเทนต์ชักจูงจาก อินฟลูเอนเซอร์ คอมมูนิตี้ออนไลน์ ที่เผยแพร่ความเกลียดชังผู้หญิง โดยสื่อหลายสำนักยกกรณีอิทธิพลของคอนเทนต์สไตล์ Andrew Tate เป็นตัวอย่างที่ถูกพูดถึงบ่อย
อีกแกนสำคัญคือการทำให้ผู้ใหญ่ในโรงเรียนอ่านเกมออกมากขึ้น รัฐบาลและสื่ออังกฤษรายงานว่า ครูจะได้รับการอบรมเพื่อสังเกตสัญญาณทัศนคติเกลียดชังผู้หญิงในเด็กผู้ชายตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และในกรณีที่ประเมินว่า ‘เสี่ยงสูง’ อาจส่งต่อไปยังหลักสูตรปรับพฤติกรรม พัฒนาทักษะเพิ่มเติม
ประเด็นนี้สะท้อน มุมมองแบบสาธารณสุข (public health approach) คือมองความรุนแรงเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ด้วยการเสริมทักษะชีวิตและสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ไม่ใช่การมุ่งลงโทษเมื่อเรื่องเกิดแล้ว
ในแผนยุทธศาสตร์ VAWG ที่เผยแพร่ผ่านช่องทางรัฐบาล ระบุทิศทาง ‘มาตรฐานการสอนเรื่องความสัมพันธ์ที่ดี’ ให้ชัดและเป็นระบบมากขึ้น และสื่ออังกฤษรายงานว่า จะเริ่มโครงการนำร่องในปี 2026 ก่อนขยายผลในวงกว้างในช่วงถัดไป
ขณะเดียวกัน อังกฤษมีการอัปเดตแนวทาง RSHE ที่จะ มีผลบังคับใช้ 1 กันยายน 2026 เพื่อให้โรงเรียนเตรียมเนื้อหาและแนวทางการสอนให้ทันบริบทสังคมและออนไลน์ยุคใหม่
นอกจากพื้นที่ระดับชาติแล้ว เมืองหลวงอย่างลอนดอนก็มีความเคลื่อนไหวของตัวเอง โดยสำนักงานนายกเทศมนตรีลอนดอนประกาศสนับสนุน ชุดเครื่องมือและเวิร์กช็อปมูลค่าราว £1 ล้าน (ประมาณ42.3 ล้านบาท) สำหรับโรงเรียนประถม (ช่วงอายุ 9–11 ปี) เน้น “ความใจดี ความเท่าเทียม และความเคารพ” พร้อมรับมือกระแส misogyny ออนไลน์แบบเหมาะกับวัย
ทันทีที่ข่าวแพร่ไปบนโซเชียล มีโพสต์ถูกแชร์ต่อและถกเถียงหนัก บางส่วนเห็นว่าเป็นการ ‘เริ่มสอนตั้งแต่เด็ก’ เพื่อหยุดวงจรความรุนแรง ขณะที่อีกส่วนกังวลว่าแนวทางอาจกลายเป็นการเหมารวมเด็กผู้ชาย หรือมองข้ามความเปราะบางของเด็กผู้ชายเอง
ประเด็นน่าสนใจต่อจากเรื่องนี้คือ เราจะสอนเรื่อง ‘ความรับผิดชอบ’ โดยไม่ทำให้เด็กคนหนึ่งรู้สึกว่าตัวเองคือปัญหาได้อย่างไร คำตอบอาจอยู่ที่การออกแบบบทเรียนให้ยึดหลักว่า ทุกคนมีศักดิ์ศรีเท่ากัน และ การเคารพกัน คือทักษะที่ทุกเพศควรได้เรียน
ย้อนกลับมาที่ไทย อยากชวนถามตัวเองว่า ตอนเราโตมา เราเคยได้เรียนเรื่องขอบเขต ความยินยอม และการเคารพกันอย่างเป็นระบบแค่ไหน ถ้าคำตอบคือ “แทบไม่เคย” บางทีนี่อาจเป็นบทสนทนาที่สังคมไทยเองก็ต้องเริ่มจริงจัง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง เด็กผู้หญิง เด็กผู้ชาย หรือคนเพศหลากหลายทุกคน
ที่มาของข้อมูล:
บทความที่เกี่ยวข้อง
- Romeo & Juliet Suite บัลเลต์สะท้อนความหลากหลายทางเพศ
- Dave Bautista ประกาศจุดยืนสนับสนุน LGBTQ+ ในฐานะลูกชายผู้ภาคภูมิใจที่มีแม่เลสเบียน
- Maria Corina Machado คว้าโนเบลสันติภาพ 2025 เสียงของผู้หญิงไม่ยอมเงียบ แม้เผชิญอำนาจเผด็จการ
- "รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น" คว้าตำแหน่งนางสาวเชียงใหม่ในดวงใจ ประจำปี 2567 ได้สำเร็จ
- เจาะลึก ‘Spartacus Gay Travel Index’ เครื่องมือสำคัญของนักท่องเที่ยว LGBT