ญี่ปุ่นเป็นประเทศเดียวที่ยังบังคับ “นามสกุลเดียวหลังแต่งงาน” จุดปะทะเก่าในระบบครอบครัว ที่กำลังถูกเขย่าด้วยแรงกดดันใหม่

ญี่ปุ่นมีกฎหมายที่กำหนดให้ ‘คู่สมรสต้องใช้นามสกุลเดียวกัน’ เพื่อจดทะเบียนสมรสให้มีผลตามกฎหมาย และในความเป็นจริง กว่า 9 ใน 10 ของการแต่งงานลงเอยด้วยการที่ภรรยาเปลี่ยนนามสกุลตามสามี จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงใหญ่เรื่องความเท่าเทียมทางเพศ ศักดิ์ศรีความเป็นปัจเจก และต้นทุนทางอาชีพของผู้หญิง พร้อมกระแสเรียกร้องให้ทำระบบ ‘ใช้นามสกุลแยกได้แบบสมัครใจ’ (optional separate surnames) ให้เกิดขึ้นจริงสักที

กฎหมายว่าอย่างไร – “แต่งได้ แต่ต้องมีนามสกุลเดียว”

แกนหลักอยู่ที่ ประมวลกฎหมายแพ่ง มาตรา 750 ซึ่งระบุให้สามีภรรยาต้องเลือกใช้นามสกุลเดียวกัน (จะใช้นามสกุลฝ่ายใดก็ได้ในหลักการ) และการจดทะเบียนจะถูกบันทึกลงใน ระบบทะเบียนครอบครัว (戸籍 / koseki) ที่ออกแบบให้ ‘หนึ่งครัวเรือน-หนึ่งนามสกุล’ เป็นฐานคิดของรัฐ 

แม้กฎหมายเปิดให้เลือกนามสกุลของฝ่ายชายหรือหญิง แต่บรรทัดฐานสังคมและวัฒนธรรมการทำงานทำให้ส่วนใหญ่เลือกนามสกุลฝ่ายสามี จนผู้หญิงจำนวนมากต้องจัดการความยุ่งยากซ้ำซ้อน ตั้งแต่เอกสารการเงิน บัญชีธนาคาร ประวัติการทำงาน ไปจนถึงผลงานวิชาการ งานตีพิมพ์ที่ผูกกับ ‘ชื่อเดิม’

อีกด้านหนึ่ง กติกานี้เข้มงวดเมื่อ  ‘ทั้งคู่เป็นสัญชาติญี่ปุ่น’  แต่ กรณีสมรสข้ามชาติ ระบบทะเบียนมักเปิดช่องให้คู่สมรสชาวต่างชาติคงนามสกุลเดิมได้มากกว่า ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า หากยืดหยุ่นได้ในบางกรณี ทำไมคู่สมรสญี่ปุ่น-ญี่ปุ่นถึงไม่มีสิทธิเลือกแบบเดียวกัน 

เสียงวิจารณ์ – เรื่องนี้ไม่ใช่แค่  ‘ชื่อในเอกสาร’ แต่คือศักดิ์ศรีและความเท่าเทียม

กลุ่มสิทธิสตรี นักกฎหมาย และสภาทนายความญี่ปุ่น (Nichibenren) โต้ว่า ระบบนามสกุลเดียวสร้างการเลือกปฏิบัติทางเพศในทางปฏิบัติ เพราะภาระ ‘เปลี่ยนตัวตนทางกฎหมาย’ ตกกับผู้หญิงเป็นหลัก และกระทบสิทธิในความเป็นปัจเจก (individual identity) อย่างเป็นรูปธรรม 

ในเวทีระหว่างประเทศ คณะกรรมการ CEDAW ของสหประชาชาติถูกอ้างถึงบ่อยครั้งว่าได้ทวงถามญี่ปุ่นเรื่องการเปิดทางให้ใช้นามสกุลแยกได้แบบสมัครใจ โดยชี้ประเด็นความเสมอภาคและผลกระทบต่อผู้หญิง 

ศาลฎีกาญี่ปุ่นเคยมีคำวินิจฉัยสำคัญ (เช่น คดีปี 2015) ที่ยืนยันความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของระบบนามสกุลเดียว โดยให้เหตุผลเชิง ‘อำนาจนิติบัญญัติ’ ว่าหากจะเปลี่ยน ต้องเป็นหน้าที่ของรัฐสภา (Diet) ไม่ใช่ศาล

กระแสเปลี่ยน – ธุรกิจ-การเมืองเริ่มขยับ ‘อย่างน้อยขอใช้ชื่อเดิมได้มากขึ้น’

แรงกดดันรอบใหม่มาจากหลายทิศ โดยเฉพาะภาคธุรกิจ สื่อระดับนานาชาติรายงานว่า Keidanren (สหพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น) เรียกร้องให้แก้กฎหมายเพื่อเปิดทาง ‘นามสกุลคู่ (dual surnames)’ หรือระบบที่ทำให้การใช้นามสกุลเดิมสอดคล้องกับเอกสารทางกฎหมายมากขึ้น เพราะความไม่ตรงกันระหว่าง ‘ชื่อที่ใช้ทำงาน’ กับ ‘ชื่อในเอกสารรัฐ’ กลายเป็นต้นทุนการทำงานจริง

ขณะเดียวกัน ในปลายปี 2025 มีรายงานว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาร่างกฎหมายที่ ทำให้การใช้นามสกุลเดิม (birth surname/maiden name) มีสถานะทางกฎหมายในสถานการณ์ต่าง ๆ มากขึ้น (แม้ยังคงหลักนามสกุลเดียวในทะเบียนสมรสไว้) และมีการโยงกับข้อตกลงในพรรคร่วมรัฐบาลบางส่วน 

คำถามสำคัญคือ นี่จะเป็น ‘สะพาน’ ไปสู่ระบบแบบสมัครใจจริง ๆ หรือเป็นเพียงการแก้ปัญหาเชิงเทคนิคให้เดินเอกสารง่ายขึ้น โดยยังคงโครงสร้างเดิมของครอบครัวไว้เหมือนเดิม

ญี่ปุ่นยังถูกอธิบายอย่างกว้างขวางว่าเป็นประเทศเดียวที่บังคับนามสกุลเดียวในระดับกฎหมายชาติ แต่แรงกดดันจากสังคมและโลกการทำงานกำลังทำให้ ‘ความปกติเดิม’ ถูกตั้งคำถามหนักขึ้นเรื่อย ๆ 

จากนี้ ญี่ปุ่นอาจต้องเลือกระหว่าง ‘แก้เล็กๆ ให้ใช้ชื่อเดิมได้สะดวกขึ้น’ หรือ ‘แก้ใหญ่ๆ ให้คนมีสิทธิเลือกจริง’ และคำตอบนั้นจะบอกทิศทางความเท่าเทียมของประเทศในอีกหลายสิบปีข้างหน้า

ที่มาข้อมูล:

  1. https://apnews.com/article/japan-surname-women-gender-business-lobby-eb3de2d212043bb57e4043f6eb8f4e1d
  2. https://crawford.anu.edu.au/australia-japan-research-centre/content-centre/article/news/japan-sorely-needs-separate-surnames
  3. https://www.theguardian.com/world/2024/feb/20/japan-married-surname-law-change

 

รู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับโพสต์นี้?

Loading spinner

แชร์บทความนี้

Tag

Related Stories

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง