จากข้อมูลระบุว่า ยุโรปพบผู้ป่วยโรคหนองใน (Gonorrhoea) มากถึง 106,331 ราย เพิ่มขึ้นกว่า 303% เมื่อเทียบกับปี 2015 ขณะที่ผู้ติดเชื้อซิฟิลิส (Syphilis) อยู่ที่ 45,577 ราย หรือเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในช่วงเวลาเดียวกัน
สิ่งที่น่าจับตาคือ มากกว่าครึ่งของผู้ติดเชื้อหนองในทั้งหมดในปี 2024 เป็นกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย และ ECDC ยังชี้ว่ากลุ่มนี้คือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ “ไม่สมส่วน” มากที่สุด ทั้งในแง่จำนวนผู้ติดเชื้อและอัตราการเพิ่มขึ้นของโรค
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การระบาดครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่สะท้อนช่องโหว่ด้านการเข้าถึงการตรวจ การป้องกัน และการรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในหลายประเทศทั่วยุโรป พร้อมเตือนว่าหากไม่มีมาตรการเชิงรุกมากขึ้น ตัวเลขอาจยังเพิ่มต่อเนื่องในอีกหลายปีข้างหน้า
นอกจากนี้ ECDC ยังแสดงความกังวลต่อการเพิ่มขึ้นของ ซิฟิลิสแต่กำเนิด (Congenital Syphilis) ซึ่งสามารถส่งต่อจากหญิงตั้งครรภ์สู่ทารกได้ และอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงต่อเด็กแรกเกิด
แม้การพูดเรื่อง STI จะยังเป็นประเด็นที่หลายสังคมรู้สึกอึดอัด แต่ตัวเลขล่าสุดกำลังสะท้อนชัดว่า สุขภาพทางเพศไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป โดยเฉพาะในชุมชน LGBTQ+ ที่ยังคงเผชิญความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงข้อมูล การตรวจ และบริการทางการแพทย์ในหลายพื้นที่ของยุโรป
อย่างไรก็ตามรายงานนี้จึงไม่ใช่แค่สถิติทางการแพทย์ แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่า การสร้างความรู้เรื่องเพศอย่างปลอดภัย การตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ และการเข้าถึงบริการที่ไม่ตีตรา ยังคงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากในปี 2026
ที่มาของข้อมูล: