Carl Cashman นักการเมืองชาวอังกฤษจากพรรค Liberal Democrats และผู้นำฝ่ายค้านในสภาเมืองลิเวอร์พูล คือหนึ่งในบุคคลที่ใช้ตำแหน่งทางการเมืองผลักดันประเด็นความเท่าเทียมของ LGBTQ+ มาอย่างต่อเนื่อง แม้ตัวเขาจะไม่ได้ระบุว่าตนเองเป็นสมาชิกของชุมชน LGBTQ+ แต่กลับได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะ LGBTQ+ ally หรือผู้สนับสนุนสิทธิและศักดิ์ศรีของผู้มีความหลากหลายทางเพศ
สำหรับ Carl Cashman ความเท่าเทียมไม่ใช่ประเด็นเฉพาะของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของสังคมทั้งระบบ เขาเคยกล่าวไว้ว่า ผู้คนทุกคนควรมีสิทธิที่จะใช้ชีวิตอย่างเปิดเผยและเป็นตัวของตัวเอง (live openly and authentically) โดยไม่ต้องหวาดกลัวต่อการเลือกปฏิบัติหรือการถูกตีตรา
แนวคิดนี้สะท้อนออกมาผ่านการทำงานของเขาในฐานะนักการเมืองท้องถิ่น ที่สนับสนุนนโยบายด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิของคนข้ามเพศ การต่อต้านการเลือกปฏิบัติ หรือการผลักดันให้ชุมชน LGBTQ+ มีพื้นที่ในการแสดงออกมากขึ้น
แต่สิ่งที่ทำให้ชื่อของ Carl Cashman ถูกพูดถึงในวงกว้างในปี 2026 คือการขึ้นปกนิตยสาร Attitude พร้อมเปิดบทสนทนาเกี่ยวกับ Positive Masculinity หรือ ความเป็นชายเชิงบวก
เขาตั้งคำถามว่า เมื่อสังคมมองความเป็นชายผ่านกรอบของคำว่า Toxic Masculinity มากเกินไป จะยิ่งทำให้ผู้ชายรุ่นใหม่รู้สึกถูกผลักออกจากบทสนทนา และหันไปหาคอมมูนิตี้ออนไลน์ที่เต็มไปด้วยความโกรธ ความเกลียดชัง และแนวคิดสุดโต่งแทน
แทนที่จะมองผู้ชายเป็นปัญหา Carl Cashman เชื่อว่า สังคมควรชวนผู้ชายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบ ผ่านการสร้างภาพจำใหม่ของความเป็นชายที่ตั้งอยู่บนความเคารพ ความรับผิดชอบ ความเห็นอกเห็นใจ และการยอมรับความแตกต่าง
แนวคิดนี้อาจดูเป็นเรื่องของผู้ชาย แต่แท้จริงแล้วเกี่ยวข้องกับการสร้างสังคมที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน รวมถึงชุมชน LGBTQ+ ด้วย เพราะเมื่อผู้คนเติบโตมาโดยไม่ถูกครอบงำด้วยอคติหรือบทบาททางเพศแบบตายตัว ความรุนแรงและการเลือกปฏิบัติก็มีโอกาสลดลง
นอกจากบทบาทในสภาเมืองลิเวอร์พูล Carl Cashman ยังทำงานร่วมกับองค์กรวิจัยด้านนโยบายเพื่อศึกษาว่าเหตุใดคนหนุ่มบางส่วนจึงถูกดึงเข้าสู่กลุ่ม Manosphere และแนวคิดการเมืองฝ่ายขวาจัด โดยเลือกลงพื้นที่พูดคุยกับเยาวชนในสโมสรกีฬา ค่ายมวย และศูนย์เยาวชน เพื่อรับฟังมากกว่าตัดสิน
สิ่งที่น่าสนใจคือ เขาไม่ได้พยายามแบ่งโลกออกเป็น ฝ่ายถูก และ ฝ่ายผิด แต่เชื่อว่าการรับฟัง ความเข้าใจ และการพูดคุย คือหนทางที่จะลดความเกลียดชังในระยะยาว
ในวันที่สิทธิ LGBTQ+ ยังเผชิญแรงต้านในหลายพื้นที่ของโลก Carl Cashman แสดงให้เห็นว่า การสร้างความเปลี่ยนแปลงไม่จำเป็นต้องเกิดจากคนในชุมชนเท่านั้น แต่ยังเกิดจากผู้คนที่พร้อมใช้เสียงและอำนาจของตนเอง เพื่อยืนเคียงข้างผู้อื่นอย่างจริงใจ
เพราะบางครั้งพันธมิตร ที่ดีที่สุด ไม่ใช่คนที่พูดแทน แต่คือคนที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้มีเสียงของตัวเอง และร่วมสร้างสังคมที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเปิดเผย เป็นตัวของตัวเอง และได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม
ที่มาของข้อมูล: https://www.attitude.co.uk/news/carl-cashman-calls-for-positive-masculinity-527621/