ARTICLE

สถิติความรุนแรง (การรังแกและทำร้ายร่างกาย) ในกลุ่มเยาวชน LGBTQ+

478550121 574579335575313 5651303603874940178 n

จากสถิติที่ UNESCO รวบรวมไว้พบว่า มีเยาวชน LGBTQ+ มีความถี่ในการถูกกลั่นแกล้งมากกว่าเยาวชนชายหญิงทั่วไปถึง 4.5 เท่า ไม่ว่าจะเป็น

  • การถูกรังแกในสถานศึกษา: มากกว่าครึ่ง (55.7%) ของเยาวชน LGBTQ+ เคยถูกรังแกในสถานศึกษาจากเพื่อนด้วยกัน เช่น การต่อย เตะ ตี ขังไว้ในห้องน้ำ การด่าทอ ล้อเลียน การแบนออกจากกลุ่ม เปิดกระโปรง ดึงกางเกง
  • การถูกด่าทอและระราน (Bully): เยาวชน LGBTQ+ มีแนวโน้มถูกด่าทอและระราน (42.5%) สูงกว่าเยาวชนชายหญิงทั่วไป (24.8%) ถึง 17.7%
  • การถูกทำร้ายหรือลงโทษทางร่างกาย: เยาวชน LGBTQ+ (20.8%) รายงานว่าเคยถูกทำร้ายหรือลงโทษให้ร่างกายเจ็บปวด มากกว่าเยาวชนชายหญิง (11.9%) ถึงเกือบหนึ่งเท่าตัว
  • การทารุณทางกาย: เยาวชน LGBTQ+ ร้อยละ 31 ระบุว่า เคยมีประสบการณ์ถูกทำร้ายร่างกาย
  • การล่วงละเมิดทางเพศ: เยาวชน LGBTQ+ ร้อยละ 26 เคยเจอประสบการณ์การถูกล่วงละเมิดทางเพศ วัยรุ่น LGBTQ+ ยังรายงานว่าเป็นเหยื่อความรุนแรงเมื่อออกเดท สูงกว่าวัยรุ่นทั่วไปประมาณ 4 เท่า และถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์มากกว่าวัยรุ่นทั่วไปถึง 6 เท่า

ผลกระทบ: เยาวชน LGBTQ+ ที่เคยถูกรังแก ร้อยละ 7 เคยพยายามฆ่าตัวตายจากการกระทำดังกล่าว

  • มีแนวโน้มที่จะขาดเรียนมากเป็น 2 เท่า
  • มีแนวโน้มที่จะเป็นซึมเศร้ามากเป็น 4 เท่า

โดยที่เกือบ 7 ใน 10 ของเยาวชน LGBTQ+ 68% นิ่งเฉย ไม่ตอบสนองต่อการถูกรังแก

เมื่อถูกทำร้ายร่างกาย สามารถดำเนินการเอาผิดกับผู้กระทำ ดังนี้

  1. ออกจากสถานที่เกิดเหตุ: สิ่งแรกที่ควรทำคือออกจากบริเวณที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัย
  2. เก็บหลักฐาน: พยายามเก็บหลักฐานหรือจดจำรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เช่น ลักษณะของผู้กระทำ, สถานที่, เวลา, และวิธีการที่ถูกทำร้าย
  3. แจ้งความ: ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเก็บหลักฐานในสถานที่เกิดเหตุ, สอบพยานที่รู้เห็นเหตุการณ์
  4. ตรวจร่างกาย: เข้ารับการตรวจร่างกายจากแพทย์เพื่อวินิจฉัยและบันทึกบาดแผล โดยนำผลการวินิจฉัยของแพทย์ไปประกอบสำนวนคดี
  5. ให้ข้อมูลแก่ตำรวจ: ให้รายละเอียดแก่พนักงานสอบสวนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น, ผู้กระทำ, และลักษณะการทำร้าย เพื่อให้ตำรวจสามารถตั้งข้อกล่าวหาผู้กระทำความผิดได้

การทำร้ายร่างกายผู้อื่น มีโทษทางกฎหมาย 3 ระดับ ขึ้นอยู่กับความร้ายแรง

  • ทำร้ายร่างกายไม่เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ: จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ: จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำได้รับอันตรายสาหัส: จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 10,000 ถึง 200,000 บาท อันตรายสาหัสรวมถึง ตาบอด, หูหนวก, เสียอวัยวะ, หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว, หรือต้องรักษาตัวเกิน 20 วัน

ทั้งนี้ การทำร้ายร่างกายเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ซึ่งยอมความไม่ได้ แม้ผู้เสียหายจะยินยอมหรือไม่ติดใจเอาความ ผู้กระทำผิดก็ยังต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ที่มาของข้อมูล: 

  1. https://unesdoc.unesco.org/ark:/48223/pf0000227752
  2. https://www.ilaw.or.th/articles/2095
  3. https://www.legardy.com/blogs/attack

บทความที่เกี่ยวข้อง

Share This :