เรื่องแบบนี้ไม่จำเป็นต้องจบที่การหาว่าใครควรโดนตำหนิ แต่มันเปิดช่องให้เราได้รู้จักสัญญาณที่วันหนึ่งอาจช่วยให้เราสังเกตเห็นคนที่กำลังต้องการความช่วยเหลือจริงๆ
Signal for Help อ่านว่า “ซิกแนล ฟอร์ เฮลป์” คือสัญญาณมือข้างเดียวที่ใช้บอกอย่างเงียบๆ ว่าคนที่ส่งสัญญาณอยากให้ใครสักคนติดต่อกลับไปหาแบบปลอดภัย
Canadian Women’s Foundation เปิดตัวสิ่งนี้ในเดือนเมษายน 2020 ช่วงโควิด-19 ที่หลายคนต้องกักตัวอยู่บ้านใกล้ชิดกับคนที่ทำร้าย และโทรศัพท์หรือแชตก็อาจถูกสอดส่อง ท่ามือแบบนี้จึงถูกออกแบบมาให้ใช้ระหว่างวิดีโอคอลได้ โดยไม่ต้องพิมพ์ข้อความที่ทิ้งร่องรอยดิจิทัลไว้
วิธีทำมีสามจังหวะต่อเนื่องกัน คือยกฝ่ามือขึ้น พับนิ้วโป้งเข้าหาฝ่ามือ แล้วกำสี่นิ้วที่เหลือลงมาปิดทับนิ้วโป้ง สัญญาณนี้เกี่ยวข้องกับความรุนแรงบนฐานเพศ ความรุนแรงในครอบครัว และความรุนแรงจากคู่รัก ที่เกิดขึ้นได้กับผู้หญิง เด็กหญิง คนข้ามเพศ คนนอนไบนารี และคนทุกเพศที่ติดอยู่ในความสัมพันธ์ไม่ปลอดภัย
จุดที่หลายคนเข้าใจผิดกันบ่อยคือ พอเห็นสัญญาณนี้แล้วต้องรีบโทรแจ้งตำรวจทันที แต่ Canadian Women’s Foundation อธิบายว่าความหมายจริงๆ ของมันใกล้เคียงกับประโยคที่ว่า
“ช่วยติดต่อฉันกลับมาแบบปลอดภัยที”
คนที่ส่งสัญญาณอาจอยากได้แค่คนรับฟัง อยากได้ข้อมูลว่ามีบริการอะไรช่วยได้บ้าง หรืออยากให้ช่วยติดต่อเจ้าหน้าที่ก็ได้ เราจึงไม่ควรไปตัดสินใจแทนเขาแบบอัตโนมัติ เพราะการลงมือทำบางอย่างที่อีกฝ่ายยังไม่พร้อมรับมือ อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เขามากขึ้นกว่าเดิม
ถ้าเห็นสัญญาณนี้ของจริง ให้เริ่มจากติดต่อกลับไปแบบเป็นส่วนตัว เผื่อว่าอาจมีคนคอยดูโทรศัพท์หรือฟังบทสนทนาอยู่ ลองถามด้วยคำถามที่ตอบสั้นๆ ได้ อย่าง “ตอนนี้สะดวกคุยไหม” “อยู่ในที่ปลอดภัยหรือเปล่า” หรือ “อยากให้เราติดต่อใครให้ไหม” จากนั้นรับฟังโดยไม่ตัดสิน ไม่ถามว่า “ทำไมไม่หนีไปซะ” และไม่กดดันให้เขาออกจากความสัมพันธ์เดี๋ยวนั้น ลองถามตรงๆ ว่า “ตอนนี้อยากให้ช่วยแบบไหน” แล้วปล่อยให้เจ้าตัวเป็นคนกำหนดจังหวะและรูปแบบความช่วยเหลือของตัวเอง
สิ่งที่ควรเลี่ยงคือการประกาศต่อหน้าคนอื่นว่าเห็นสัญญาณ การเอาภาพหรือคลิปของเขาไปเผยแพร่ต่อ และการไปเผชิญหน้ากับคนที่เราสงสัยว่าเป็นผู้ทำร้ายด้วยตัวเอง ถ้ามีอันตรายฉุกเฉินเฉพาะหน้าจริงๆ ค่อยติดต่อหน่วยฉุกเฉินในพื้นที่
สำหรับคนไทย ใครที่กำลังเจอหรือพบเห็นความรุนแรงในครอบครัวและความเดือดร้อนทางสังคม โทรสายด่วน พม. 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อขอคำปรึกษาและให้ช่วยประสานงานต่อ
กลับมาที่คำถามว่าทำไมมันไม่ควรเป็นมุก เหตุผลไม่ได้อยู่ที่ Signal for Help เป็นสัญลักษณ์ต้องห้ามที่แตะไม่ได้ แต่อยู่ที่ว่าพอมันถูกเล่นซ้ำเป็นมีมหรือเรื่องล้อบ่อยๆ คนที่บังเอิญเห็นของจริงอาจลังเลว่าอันไหนจริงอันไหนแกล้ง และมันยังอาจทำให้ประสบการณ์ของคนที่รอดจากความรุนแรงดูเป็นเรื่องเล็กลงไปด้วย
ถึงอย่างนั้น การเรียกร้องให้ใครรับผิดชอบก็ไม่จำเป็นต้องมาพร้อมการไล่ทัวร์ลง การขอโทษและยอมรับตรงๆ ว่าตัวเองไม่เคยรู้ความหมายมาก่อน ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ได้เหมือนกัน เรื่องที่น่าตามต่อจากนี้จึงไม่ได้อยู่ที่การพิสูจน์ว่าใครเป็นคนดีหรือคนเลว แต่อยู่ที่ว่าพอทุกคนมีข้อมูลแล้ว ทั้งคนดัง แฟนคลับ และสังคมจะช่วยกันสื่อสารเรื่องนี้ให้ระมัดระวังขึ้นได้ไหม
จำท่ามือได้อาจเป็นแค่ก้าวแรก ที่สำคัญพอๆ กันคือการรู้จักติดต่อกลับอย่างปลอดภัย รับฟังโดยไม่ตัดสิน และไม่ไปแย่งสิทธิ์ในการตัดสินใจจากคนที่กำลังขอความช่วยเหลือ แล้วถ้าวันหนึ่งคนตรงหน้าเรายกมือขึ้นทำสามจังหวะนั้นจริงๆ เราพร้อมจะเป็นคนที่เขาไว้ใจให้ติดต่อกลับแล้วหรือยัง
ที่มาข้อมูล: