ARTICLE

เมื่อ Transgender Day of Remembrance ไม่ใช่แค่วันไว้อาลัย แต่เป็นเสียงเรียกร้องศักดิ์ศรีของคนข้ามเพศ

Transgender Day of Remembrance คอลลาจภาพคนข้ามเพศพร้อมธงสีทรานส์ ไม่ใช่แค่วันไว้อาลัยแต่เป็นเสียงเรียกร้องศักดิ์ศรี GENDERATION

ทุกวันที่ 20 พฤศจิกายน เป็นวัน Transgender Day of Remembrance (TDoR) วันที่โลกรำลึกถึงชีวิตผู้ข้ามเพศ (transgender) ที่สูญเสียเพราะความเกลียดชัง ความรุนแรง หรืออคติทางเพศสภาพ และส่งเสียงเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคม

วันนี้จุดกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 1999 โดยกลุ่มรณรงค์เพื่อคนข้ามเพศ ซึ่งหนึ่งในบทบาทสำคัญมาจากการสูญเสียของ Rita Hester ผู้หญิงทรานส์ผิวดำที่ถูกฆาตกรรมในสหรัฐฯ ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้กับความรุนแรงต่อคนข้ามเพศในเวลาต่อมา

สถิติสะเทือนใจ: ความรุนแรงยังไม่หยุด

จากข้อมูลของ Trans Murder Monitoring (TMM) รายงานว่า

  • ในช่วง 1 ตุลาคม 2023 – 30 กันยายน 2024 มีการเสียชีวิตของคนข้ามเพศถูกฆาตกรรมรวม 350 ราย ทั่วโลก และตั้งแต่โครงการเริ่มในปี 2008 มียอดรวมเหยื่อที่ถูกฆ่ามากกว่า 5,000 คน แล้ว
  • ในจำนวนผู้เสียชีวิตปีล่าสุด 94% เป็นผู้หญิงข้ามเพศ และ 93% ของเหยื่อเป็นคนข้ามเพศผิวดำ
  • กลุ่มอาชีพที่ถูกคุกคามหนักคือ ผู้ค้าบริการทางเพศ (sex workers) คิดเป็น 46% ของผู้เสียชีวิต (ตัวเลขเฉพาะที่มีการเก็บข้อมูลอาชีพ)
  • อายุของเหยื่อส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 19–40 ปี โดยกลุ่ม 19–25 ปีเป็นสัดส่วนที่สูงมาก และมีเยาวชนคนข้ามเพศ (อายุต่ำกว่า 18) เสียชีวิตถึง 15 รายในปีนั้น (ราว ๆ 6%)
  • สถานที่เกิดเหตุส่วนใหญ่คือ บนถนน (34%) รองลงมาคือ บ้านของเหยื่อ (22%)

ในสหรัฐอเมริกา ข้อมูลจาก Human Rights Campaign Foundation (HRCF) ระบุว่าในปีที่ผ่านมา (นับจาก TDoR ก่อนหน้า) มีคนข้ามเพศเสียชีวิตอย่างน้อย 36 ราย

  • ครึ่งหนึ่งของผู้เสียชีวิต (50%) เป็นผู้หญิงข้ามเพศผิวดำ โดยเฉลี่ยอายุอยู่ที่ 31.7 ปี และมากกว่าครึ่ง (ประมาณ 41.7%) ถูกฆ่าโดยปืน

อีกจุดสะเทือนใจ: ในหลายเหตุการณ์ เหยื่อถูก misgender (ตั้งเพศผิด หรือลงประวัติผู้ตายตามเพศกำเนิด) โดยสื่อหรือเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ต้น ซึ่งสะท้อนปัญหาการไม่ยอมรับตัวตนของคนข้ามเพศ อย่างเป็นระบบ

ภาพรวมเชิงโครงสร้าง: ทำไมความรุนแรงถึงยังมีอยู่?

สถิติข้างต้นแสดงให้เห็นว่าความรุนแรงต่อคนข้ามเพศ ไม่ได้เป็นปัญหาแบบรายบุคคล เท่านั้น แต่มีรากลึกอยู่ในโครงสร้างสังคม หลายประการที่ยังคงขาดการแก้ไขอย่างจริงจัง

1. การเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ

ส่วนใหญ่ของเหยื่อ (93%) เป็นคนข้ามเพศผิวดำ หรือคนผิวสีน้ำตาล นั่นชี้ให้เห็นว่าการเหยียดเชื้อชาติบรรจบกับอคติเพศสภาพ (transphobia)

2. เงื่อนไขเศรษฐกิจ

กลุ่มคนข้ามเพศ เป็นผู้ให้บริการทางเพศ (sex worker) มีความเสี่ยงสูงสุด สะท้อนถึงการเข้าไม่ถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง หรือการถูกกีดกันจากงานที่มีความมั่นคง

3. ปืนกับการฆาตกรรม

การฆ่าโดยใช้อาวุธปืนเป็นสัดส่วนสำคัญ (เช่นในสหรัฐฯ) ซึ่งบ่งชี้ว่าความรุนแรงทางกายภาพและ ความใกล้ชิดประชิดตัว (intimate-partner violence) ยังเป็นภัยที่ยังไม่ถูกแก้ไข

4. การไม่ยอมรับตัวตนทางเพศ

การ misgendering (ตั้งเพศผิด) โดยสื่อหรือเจ้าหน้าที่ แปลว่ามีช่องว่างในการยอมรับตัวตนทรานส์ในระบบสังคมทั่วไป

5. ปัจจัยอื่น ๆ ที่ไม่ใช่การฆาตกรรม

ตามที่ Asia Pacific Transgender Network (APTN) ชี้ว่า ตัวเลข TMM รายงานไม่ได้รวมถึงการตายจากสาเหตุอื่นๆ อีก เช่น การเข้าถึงบริการสุขภาพไม่เพียงพอ โรค ซึมเศร้า หรือ overdose ซึ่งล้วนเป็นผลกระทบเชิงโครงสร้างของการถูกกีดกันและเหยียดเพศสภาพ

การรำลึกไม่ใช่แค่การไว้อาลัย แต่เป็นวันที่สังคมควรตระหนักถึงเรื่องนี้อย่างจริงจังเสียที

Transgender Day of Remembrance (TDoR) ไม่ได้หมายถึงแค่พิธีทางสัญลักษณ์ เช่น จุดเทียน อ่านชื่อ หรือไว้อาลัยเท่านั้น แต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของ การกระทำ (action) เพื่อปกป้องและสนับสนุนสิทธิของกลุ่มคนข้ามเพศด้วยการ

  • การผลักดันกฎหมายและนโยบาย รณรงค์ให้มีกฎหมายคุ้มครองอาชญากรรมเกลียดกลัวคนข้ามเพศ (hate crime) มากขึ้น
  • การศึกษาในสังคม ช่วยเผยแพร่ความเข้าใจเรื่องอัตลักษณ์ เพศสภาพ และความหลากหลาย (gender diversity) เพื่อทำลายอคติ
  • สนับสนุนกลุ่มคนข้ามเพศ โดยเฉพาะคนข้ามเพศผิวดำ และผู้ที่ประกอบอาชีพเป็นผู้ให้บริการทางเพศ ให้มีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรด้านสุขภาพ การศึกษา และเศรษฐกิจ พร้อมกับได้รับการคุ้มครองจากกฎหมาย
  • สร้างชุมชนปลอดภัย ส่งเสริมให้ครอบครัว โรงเรียน สถานที่ทำงานเป็นพื้นที่ปลอดภัย (safe space) ที่ให้การยอมรับและเคารพตัวตนคนข้ามเพศ
  • เปิดใจรับฟังเสียงผู้รอดชีวิตและนักเคลื่อนไหว ให้พื้นที่แก่คนข้ามเพศ และนักรณรงค์ ให้พวกเขาได้มีโอกาสเล่า หรือตีแผ่เรื่องราวที่เคยประสบพบเจอโดยไม่ตัดสิน

ใน Transgender Day of Remembrance นี้ บางทีอาจเป็นโอกาสสำคัญที่ให้สังคมได้ถามตัวเองว่า

“เราได้เรียนรู้อะไรจากการเสียชีวิตของเพื่อนร่วมโลกในฐานะคนข้ามเพศ?”

“สื่อให้พื้นที่กับคนข้ามเพศมากขึ้น มีสมรสเท่าเทียมเกิดขึ้น แต่จริงๆ แล้วสังคมทุกวันนี้ คือโลกที่ปลอดภัยกับชุมชนคนข้ามเพศ และคนในชุมชน LGBTQ+ แล้วจริงหรือ?”

และ Transgender Day of Remembrance อาจไม่ใช่แค่การจดจำรายชื่อผู้เสียชีวิต แต่เป็นคำร้องขอ ขอให้คนข้ามเพศได้รับการคุ้มครอง ขอให้การอยู่ในโลกนี้ของเขาไม่ต้องแลกมาด้วยชีวิต หรือความหวาดกลัว แต่เป็นการเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานในการมีชีวิตอยู่อย่างเท่าเทียม อย่างน้อยในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง

ที่มาของข้อมูลเชิงสถิติ:

  1. https://www.eswalliance.org/tdor_2024
  2. https://www.weareaptn.org/2023/11/29/trans-day-of-remembrance-2023-joint-statement-we-mourn-and-call-to-end-the-violence/
  3. https://www.hrc.org/press-releases/hrcs-2024-epidemic-of-violence-report-fatal-violence-against-transgender-and-gender-non-conforming-people-continues-with-black-trans-women-comprising-nearly-half-of-the-deaths

บทความที่เกี่ยวข้อง

Share This :

บทความที่เกี่ยวข้อง