อยากที่ทราบกันดีว่าการเปลี่ยนแปลงนี้กระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชนข้ามเพศ และ LGBTQIAN+ มากมายในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการออกคำสั่งห้ามใช้งบประมาณของรัฐบาลกลางในการสนับสนุนแนวคิดเรื่องเพศสภาพ ซึ่งรวมถึงการรักษาพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับการแปลงเพศ, การตัดงบรัฐสำหรับการรักษาพยาบาลเกี่ยวกับการแปลงเพศ, ห้ามคนข้ามเพศเข้ารับราชการทหารในสหรัฐฯ, ห้ามนักกีฬาข้ามเพศเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาที่จัดสำหรับผู้หญิง รวมไปถึงการเน้นย้ำถึงการรับรองเพียงเพศชายและหญิงเท่านั้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อเอกสารราชการและความสามารถในการระบุตัวตนของคนข้ามเพศและผู้ที่ไม่ได้นิยามตัวเองเป็นชายหรือหญิง
นอกจากนี้ Madonna ยังได้ประณามผู้ที่หาความบันเทิงจากความทุกข์ของผู้อื่น โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสนับสนุนและยกย่องผู้ที่พยายามเป็นตัวของตัวเอง โดยกล่าวว่า “การสนุกสนานกับความเจ็บปวดของผู้อื่นเป็นเรื่องที่ไม่สมควร” และ “มนุษยชาติควรใช้เวลาและความพยายามในการยกย่องและสนับสนุนผู้ที่พยายามเป็นตัวของตัวเองให้ดีขึ้นกว่านี้”
ถึงแม้ว่า Madonna ในปีนี้จะมีอายุ 67 ปีแล้ว แต่อย่างไรก็ตามแม่ก็คือแม่ เธอเคยได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้สนับสนุนการเปลี่ยนแปลง (Advocate for Change) จาก GLAAD ในปี 2019 สำหรับการออกมาสนับสนุนชุมชน LGBTQIAN+ มาหลายทศวรรษ และเธอก็ถือว่าเป็นหนึ่งในศิลปินที่มีชื่อเสียงคนแรกๆ ที่ใช้แพลตฟอร์มของเธอเพื่อสนับสนุนสิทธิของชุมชนนี้ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตการณ์ HIV/AIDS ในช่วงปี 1980
ที่มาของข้อมูล:
- https://www.billboard.com/music/music-news/madonna-donald-trump-government-dismantling-freedoms-1235886266/
- https://www.them.us/story/madonna-trans-rights-instagram-post-karla-sofia-gascon-controversy
- https://parade.com/889697/samuelmurrian/madonna-lgbtq-icon/
บทความที่เกี่ยวข้อง
- Noah Schnapp เปิดใจยินดีรับบท LGBTQ+ ในอนาคต แต่ขอเลือกบทเฉพาะที่มีความหมายจริง ๆ
- รัสเซียเข้มงวดกับ LGBTQ+ จับเจ้าของบาร์เกย์ข้อหา 'สุดโต่ง' สะท้อนสถานการณ์น่าห่วง
- Calvin Klein กับแคมเปญ Pride Month ความจริงใจหรือแค่การตลาดสีรุ้ง?
- เมื่อการเมืองสหรัฐฯ ไม่เอื้ออำนวยต่อความหลากหลาย กับความท้าทายของผู้จัด กิจกรรม WorldPride 2025
- Ryan Coogler เผยเหตุผลว่าทำไมการมีสัดส่วนผู้หญิงเพิ่มขึ้น ถึงส่งผลให้แวดวงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ดีขึ้น