รายการทั้งสองออกอากาศครั้งแรกบนช่อง BBC Three เริ่มจาก I Kissed a Boy ในปี 2023 ในฐานะรายการเดตของเกย์รายการแรกในสหราชอาณาจักร ก่อนต่อยอดเป็น I Kissed a Girl สำหรับผู้หญิงที่เป็นเลสเบียนและไบเซ็กชวล แฟรนไชส์นี้เดินหน้ามาหลายซีซัน และทีมงานอย่าง Dannii Minogue เองก็พูดถึงประสบการณ์ตลอด “สี่ซีซันของ I Kissed” ว่าเป็นช่วงเวลาที่พิเศษที่สุดช่วงหนึ่งในอาชีพของเธอ
รูปแบบของรายการเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ผู้เข้าแข่งขันถูกจับคู่อย่างตั้งใจแล้วให้พบกันครั้งแรกด้วย “จูบแรก” ก่อนใช้ชีวิตร่วมกันในวิลล่า เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้เห็นการสานสัมพันธ์ ความเปราะบาง และการต่อรองอัตลักษณ์ของคนในชุมชน LGBTQ+ บนพื้นที่โทรทัศน์กระแสหลัก การที่ BBC เลือกไม่เดินหน้าต่อจึงถูกตั้งคำถามไม่ใช่แค่ในฐานะการ “ตัดงบ” รายการหนึ่ง แต่ในฐานะการหดตัวของพื้นที่สำหรับเรื่องเล่าของคนเพศหลากหลายไปพร้อมกันด้วย
เสียงสะท้อนจากอดีตผู้เข้าแข่งขันยิ่งตอกย้ำมิติด้านตัวแทน Jordan Burrow จาก I Kissed a Boy เล่าว่าเขารู้สึกทั้งตกใจและผิดหวัง เพราะสำหรับเขา รายการนี้ “เปลี่ยนชีวิต” และเปิดบทสนทนาที่ช่วยลดความกลัวและอคติต่อคน LGBTQ+ ในสังคมอังกฤษ ขณะที่ Priya Sohanpal จาก I Kissed a Girl เล่าว่าเธอได้รับข้อความจากผู้หญิงเชื้อสาย South Asian ที่เป็น queer จำนวนมาก บอกว่าการได้เห็นคนที่มีพื้นเพคล้ายกันบนหน้าจอทีวีทำให้พวกเธอรู้สึกว่าตัวเอง “มีตัวตน” การยุติแฟรนไชส์นี้จึงหมายถึงการสูญเสียพื้นที่ที่ทั้งสร้างการมองเห็นและการยืนยันตัวเองของผู้ชมจำนวนไม่น้อย
ด้าน Dannii Minogue พิธีกรของแฟรนไชส์ ได้ออกมาขอบคุณผู้ชมและผู้เข้าแข่งขัน พร้อมบอกว่าเธอ “ภูมิใจอย่างยิ่ง” ที่รายการได้เป็นเวทีเฉลิมฉลองให้กับคนในชุมชน LGBTQ+ และเรียกประสบการณ์ทำงานกับ I Kissed ว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่พิเศษที่สุดในเกือบสี่ทศวรรษของการทำงานในวงการโทรทัศน์ เธอยืนยันว่าซีซันล่าสุดของ I Kissed a Girl ที่จะออกอากาศในปีนี้จะเป็นบทสรุปของแฟรนไชส์อย่างเป็นทางการ
สิ่งที่น่ากังวลคือ การยุติ I Kissed a Boy / I Kissed a Girl เกิดขึ้นพร้อมกับสัญญาณถอยหลังของ representation ในสื่อกระแสหลักในวงกว้าง รายงาน Where We Are on TV ของ GLAAD ชี้ว่าประมาณ 41% ของตัวละคร LGBTQ+ บนแพลตฟอร์มโทรทัศน์สหรัฐฯ ในฤดูกาล 2024–2025 จะไม่กลับมาในปี 2026 เนื่องจากการยกเลิกหรือการปิดฉากของซีรีส์ต่าง ๆ ตัวเลขนี้สะท้อนว่าพื้นที่ของตัวละครเพศหลากหลายบนจอยังเปราะบางและขึ้นกับการตัดสินใจเชิงธุรกิจของสตูดิโอและช่องทีวีอย่างมาก
ในอีกฟากของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ฮอลลีวูดเองก็กำลังถูกจับตาว่าเริ่ม “ถอย” จากเนื้อหาเกี่ยวกับเพศหลากหลายเช่นกัน กรณีล่าสุดคือคำให้สัมภาษณ์ของผู้บริหาร Pixar เกี่ยวกับภาพยนตร์ Elio ที่ยอมรับว่ามีการตัดเส้นเรื่องหรือธีมที่เกี่ยวข้องกับตัวละคร LGBTQ+ ออกจากหนัง โดยให้เหตุผลว่าไม่ต้องการให้ผู้ปกครองรู้สึกถูกบังคับให้พูดคุยประเด็นที่ยังไม่พร้อมกับลูก แม้จะเป็นการตัดสินใจในหนังหนึ่งเรื่อง แต่ก็ถูกมองว่าเป็นสัญญาณของแรงกดดันทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ทำให้สตูดิโอเลือกหลีกเลี่ยงเนื้อหา queer มากขึ้น
เมื่อมองภาพรวมร่วมกัน ทั้งการยุติแฟรนไชส์ I Kissed ของ BBC ตัวเลขจากรายงาน GLAAD และการปรับลดเนื้อหา LGBTQ+ ในหนังของสตูดิโอใหญ่อย่าง Pixar สะท้อนแนวโน้มที่ representation ของคนเพศหลากหลายกำลังถูกบีบให้แคบลงในหลายสนามไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะด้วยข้ออ้างเรื่องงบประมาณ ความเสี่ยงทางธุรกิจ หรือบรรยากาศทางการ
ที่มาของข้อมูล:
- BBC News: https://www.bbc.com/news/articles/ckg893yd499o
- Radio Times: https://www.radiotimes.com/tv/entertainment/reality-tv/i-kissed-a-boy-girl-cancelled-bbc-newsupdate/
- Yahoo/Them: https://www.yahoo.com/entertainment/tv/articles/bbc-cancels-kissed-boy-kissed-170122956.html
- Edge Media Network: https://www.edgemedianetwork.com/story/164160/bbc-axes-i-kissed-a-boy-and-i-kissed-a-girl-tv-series-amid-funding-cuts
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ดิสนีย์ยังคงยืนหยัดเคียงข้างความหลากหลายทางเพศ แม้ถูกกดดันจากกลุ่มอนุรักษ์นิยม
- Seattle สร้างประวัติศาสตร์ จัด Pride Match ครั้งแรกในสนามฟุตบอลโลก
- นักกีฬาพาราลิมปิกเขียนประวัติศาสตร์รัก ขอแต่งงานที่เส้นชัย
- Nicola Coughlan แสดงจุดยืนไม่ขอร่วมโปรเจกต์ Harry Potter ของ HBO
- แนท ไทยพัน เชฟ(ลูกครึ่ง)ไทยคนแรก เจ้าของตำแหน่ง MasterChef Australia 2024