จนกระทั่งวันที่ 12 มีนาคม 2026 ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป (Court of Justice of the EU หรือ CJEU) มีคำพิพากษาว่ากฎหมายและแนวตีความของบัลแกเรีย ที่นิยามเพศแบบชีววิทยาอย่างแข็งกระด้างและไม่เปิดทางให้เปลี่ยนข้อมูลเพศ ขัดต่อกฎหมายของสหภาพยุโรปโดยตรง
ประเด็นหลักของคำตัดสินอยู่ที่ ‘สิทธิในการเคลื่อนย้ายเสรี’ (right to free movement) ซึ่งเป็นหนึ่งในสิทธิพื้นฐานของพลเมือง EU ทุกคน ศาลชี้ว่าการที่เอกสารประจำตัวไม่ตรงกับอัตลักษณ์ทางเพศที่บุคคลใช้ชีวิตจริง ก่อให้เกิด ‘ความไม่สะดวกอย่างมีนัยสำคัญ’ ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การเดินทางข้ามพรมแดน การตรวจสอบตัวตน การสมัครงาน การหาที่อยู่อาศัย ไปจนถึงการไปพบแพทย์หรือแค่จ่ายเงินด้วยบัตร
พูดง่าย ๆ คือ ทุกการใช้เอกสารกลายเป็น สนามทุ่นระเบิด สำหรับคนที่ข้อมูลในบัตรขัดแย้งกับตัวตนของตัวเอง ศาลยังอ้างถึงมาตรา 7 ของ Charter of Fundamental Rights of the European Union ว่าด้วยสิทธิในชีวิตส่วนตัวและครอบครัว ซึ่งรวมถึงอัตลักษณ์ทางเพศ และย้ำว่ารัฐสมาชิกต้องมีกระบวนการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศที่ชัดเจน เข้าถึงได้ และมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสำหรับพลเมืองที่ใช้สิทธิการเคลื่อนย้ายไปอยู่ในรัฐสมาชิกอื่น
ด้านบัลแกเรียอ้าง ‘ประโยชน์สาธารณะ’ บนฐานค่านิยมทางศีลธรรมและศาสนาของสังคมว่ามีน้ำหนักเหนือกว่าสิทธิของคนข้ามเพศ ศาลสูงสุดคาสซาชั่นของบัลแกเรียเคยชี้ในปี 2023 ว่ากฎหมายในประเทศไม่อนุญาตให้เปลี่ยนแปลงเพศ ชื่อ หรือหมายเลขประจำตัว และได้ส่งคำถามมายัง CJEU เอง เพื่อขอให้วินิจฉัยว่าจุดยืนนี้สอดคล้องหรือขัดกับกฎหมาย EU
คำตอบที่ได้กลับไปคือ ‘ขัด’ และศาลย้ำว่ากฎหมายของ EU มีผลเหนือกว่ากฎหมายและคำวินิจฉัยของชาติสมาชิก เมื่อเป็นเรื่องของสิทธิที่ได้มาจาก EU law
Richard Köhler จาก TGEU (Trans Europe and Central Asia) กล่าวถึงคำพิพากษานี้ว่า
“วันนี้ศาลยุติธรรมยุโรปก้าวสำคัญไปอีกขั้นในทิศทางของสิทธิการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศในยุโรป รัฐสมาชิกต้องอนุญาตให้พลเมืองของตนที่อาศัยอยู่ในรัฐสมาชิกอื่นสามารถเปลี่ยนข้อมูลเพศในทะเบียนสาธารณะและเอกสารประจำตัวได้ เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้สิทธิในการเคลื่อนย้ายเสรีได้อย่างเต็มที่ กฎหมายหรือคำพิพากษาระดับชาติไม่สามารถขวางทางนั้นได้” (แปลและถอดความจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ)
ขณะที่ Marie‑Hélène Ludwig จาก ILGA‑Europe เรียกคำตัดสินนี้ว่า ‘ก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของคนข้ามเพศภายใต้กฎหมาย EU’ และเรียกร้องให้คณะมนตรีแห่งยุโรปและคณะกรรมาธิการยุโรปใช้คำพิพากษานี้เป็นฐานทางกฎหมายที่แข็งแกร่งในการดำเนินการกับรัฐที่ยังไม่จัดให้มีระบบรับรองอัตลักษณ์ทางเพศที่สอดคล้องกับกฎหมายยุโรป
คำพิพากษานี้ไม่ผูกพันเฉพาะบัลแกเรีย แต่เป็นคำตีความกฎหมาย EU ที่ศาลของรัฐสมาชิกทั้ง 27 ประเทศต้องยึดถือ โดยเฉพาะประเทศที่ยังมีกฎหมายหรือคำพิพากษาที่ปิดกั้นการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศอย่าง ฮังการีหรือสโลวาเกีย ซึ่งขณะนี้ไม่เปิดทางให้มีการเปลี่ยนคำนำหน้าเพศหรือเลขประจำตัวเลย
คดีนี้จะถูกส่งกลับไปยังศาลบัลแกเรียซึ่งมีหน้าที่หาทางออกในการออกเอกสารที่เหมาะสมให้ Shipova ตามแนวทางที่ CJEU วางไว้ และ CJEU ยังยืนยันด้วยว่าศาลแห่งชาติไม่อาจยึดติดกับการตีความของศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลสูงของตนเอง หากการตีความนั้นขัดขวางการบังคับใช้กฎหมาย EU
ในวันที่หลายประเทศกำลังถอยหลังในประเด็น LGBTQ+ คำตัดสินของ CJEU ครั้งนี้ย้ำว่า อย่างน้อยในระดับกฎหมายชั้นสูงของยุโรป สิทธิของคนข้ามเพศยังได้รับการยืนยัน และสำหรับ Shipova เกือบสิบปีของการต่อสู้ก็ไม่สูญเปล่า
ที่มาของข้อมูล:
- https://www.irishlegal.com/…/bulgarian-trans-woman-wins…
- https://uk.news.yahoo.com/top-eu-court-delivers-landmark…
- https://www.dw.com/…/eu-states-must-provide…/a-76336447
- https://www.jurist.org/…/eu-court-rules-member-states…/