NEWS

ศาลสูงสุด EU ตัดสิน 27 ประเทศ ต้องมีทางให้คนข้ามเพศแก้คำนำหน้าบน ID

ศาลสูงสุด EU ตัดสิน 27 ประเทศต้องให้คนข้ามเพศแก้คำนำหน้าบน ID สิทธิทรานส์ TransRights GENDERATION

เกือบสิบปีที่ Shipova หญิงข้ามเพศชาวบัลแกเรียซึ่งย้ายมาใช้ชีวิตในอิตาลี พยายามขอให้ทางการบัลแกเรียแก้ไขข้อมูลเพศ ชื่อ และเลขประจำตัวในเอกสารราชการให้ตรงกับตัวตนของเธอ แต่ทุกครั้งคำตอบคือ 'ปฏิเสธ'

จนกระทั่งวันที่ 12 มีนาคม 2026 ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป (Court of Justice of the EU หรือ CJEU) มีคำพิพากษาว่ากฎหมายและแนวตีความของบัลแกเรีย ที่นิยามเพศแบบชีววิทยาอย่างแข็งกระด้างและไม่เปิดทางให้เปลี่ยนข้อมูลเพศ ขัดต่อกฎหมายของสหภาพยุโรปโดยตรง

ประเด็นหลักของคำตัดสินอยู่ที่ ‘สิทธิในการเคลื่อนย้ายเสรี’ (right to free movement) ซึ่งเป็นหนึ่งในสิทธิพื้นฐานของพลเมือง EU ทุกคน ศาลชี้ว่าการที่เอกสารประจำตัวไม่ตรงกับอัตลักษณ์ทางเพศที่บุคคลใช้ชีวิตจริง ก่อให้เกิด ‘ความไม่สะดวกอย่างมีนัยสำคัญ’ ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การเดินทางข้ามพรมแดน การตรวจสอบตัวตน การสมัครงาน การหาที่อยู่อาศัย ไปจนถึงการไปพบแพทย์หรือแค่จ่ายเงินด้วยบัตร

พูดง่าย ๆ คือ ทุกการใช้เอกสารกลายเป็น สนามทุ่นระเบิด สำหรับคนที่ข้อมูลในบัตรขัดแย้งกับตัวตนของตัวเอง ศาลยังอ้างถึงมาตรา 7 ของ Charter of Fundamental Rights of the European Union ว่าด้วยสิทธิในชีวิตส่วนตัวและครอบครัว ซึ่งรวมถึงอัตลักษณ์ทางเพศ และย้ำว่ารัฐสมาชิกต้องมีกระบวนการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศที่ชัดเจน เข้าถึงได้ และมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสำหรับพลเมืองที่ใช้สิทธิการเคลื่อนย้ายไปอยู่ในรัฐสมาชิกอื่น

ด้านบัลแกเรียอ้าง ‘ประโยชน์สาธารณะ’ บนฐานค่านิยมทางศีลธรรมและศาสนาของสังคมว่ามีน้ำหนักเหนือกว่าสิทธิของคนข้ามเพศ ศาลสูงสุดคาสซาชั่นของบัลแกเรียเคยชี้ในปี 2023 ว่ากฎหมายในประเทศไม่อนุญาตให้เปลี่ยนแปลงเพศ ชื่อ หรือหมายเลขประจำตัว และได้ส่งคำถามมายัง CJEU เอง เพื่อขอให้วินิจฉัยว่าจุดยืนนี้สอดคล้องหรือขัดกับกฎหมาย EU

คำตอบที่ได้กลับไปคือ ‘ขัด’ และศาลย้ำว่ากฎหมายของ EU มีผลเหนือกว่ากฎหมายและคำวินิจฉัยของชาติสมาชิก เมื่อเป็นเรื่องของสิทธิที่ได้มาจาก EU law

Richard Köhler จาก TGEU (Trans Europe and Central Asia) กล่าวถึงคำพิพากษานี้ว่า
“วันนี้ศาลยุติธรรมยุโรปก้าวสำคัญไปอีกขั้นในทิศทางของสิทธิการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศในยุโรป รัฐสมาชิกต้องอนุญาตให้พลเมืองของตนที่อาศัยอยู่ในรัฐสมาชิกอื่นสามารถเปลี่ยนข้อมูลเพศในทะเบียนสาธารณะและเอกสารประจำตัวได้ เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้สิทธิในการเคลื่อนย้ายเสรีได้อย่างเต็มที่ กฎหมายหรือคำพิพากษาระดับชาติไม่สามารถขวางทางนั้นได้” (แปลและถอดความจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ)

ขณะที่ Marie‑Hélène Ludwig จาก ILGA‑Europe เรียกคำตัดสินนี้ว่า ‘ก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของคนข้ามเพศภายใต้กฎหมาย EU’ และเรียกร้องให้คณะมนตรีแห่งยุโรปและคณะกรรมาธิการยุโรปใช้คำพิพากษานี้เป็นฐานทางกฎหมายที่แข็งแกร่งในการดำเนินการกับรัฐที่ยังไม่จัดให้มีระบบรับรองอัตลักษณ์ทางเพศที่สอดคล้องกับกฎหมายยุโรป

คำพิพากษานี้ไม่ผูกพันเฉพาะบัลแกเรีย แต่เป็นคำตีความกฎหมาย EU ที่ศาลของรัฐสมาชิกทั้ง 27 ประเทศต้องยึดถือ โดยเฉพาะประเทศที่ยังมีกฎหมายหรือคำพิพากษาที่ปิดกั้นการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศอย่าง ฮังการีหรือสโลวาเกีย ซึ่งขณะนี้ไม่เปิดทางให้มีการเปลี่ยนคำนำหน้าเพศหรือเลขประจำตัวเลย

คดีนี้จะถูกส่งกลับไปยังศาลบัลแกเรียซึ่งมีหน้าที่หาทางออกในการออกเอกสารที่เหมาะสมให้ Shipova ตามแนวทางที่ CJEU วางไว้ และ CJEU ยังยืนยันด้วยว่าศาลแห่งชาติไม่อาจยึดติดกับการตีความของศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลสูงของตนเอง หากการตีความนั้นขัดขวางการบังคับใช้กฎหมาย EU

ในวันที่หลายประเทศกำลังถอยหลังในประเด็น LGBTQ+ คำตัดสินของ CJEU ครั้งนี้ย้ำว่า อย่างน้อยในระดับกฎหมายชั้นสูงของยุโรป สิทธิของคนข้ามเพศยังได้รับการยืนยัน และสำหรับ Shipova เกือบสิบปีของการต่อสู้ก็ไม่สูญเปล่า


ที่มาของข้อมูล:

  1. https://www.irishlegal.com/…/bulgarian-trans-woman-wins…
  2. https://uk.news.yahoo.com/top-eu-court-delivers-landmark…
  3. https://www.dw.com/…/eu-states-must-provide…/a-76336447
  4. https://www.jurist.org/…/eu-court-rules-member-states…/

บทความที่เกี่ยวข้อง

Share This :

บทความที่เกี่ยวข้อง