NEWS

ศาลปกครองกลางชี้ สภากาชาดไทยมีสิทธิ์ปฏิเสธรับเลือดจากผู้มีความหลากหลายทางเพศ แต่ห้ามตีตราละเมิดศักดิ์ศรี

ศาลปกครองกลางชี้ สภากาชาดไทยมีสิทธิ์ปฏิเสธรับเลือดจากผู้มีความหลากหลายทางเพศ GENDERATION

เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาในคดีที่สภากาชาดไทยฟ้องขอเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติ (วลพ.) ซึ่งก่อนหน้านี้เคยชี้ว่าการปฏิเสธรับบริจาคโลหิตจากชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) เข้าข่ายเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ. ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558

โดยศาลมีความเห็นว่า แนวทางของสภากาชาดไทยที่งดรับเลือดจากกลุ่มที่ถูกจัดว่า “มีพฤติกรรมเสี่ยง” ไม่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม เพราะมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้รับโลหิตเป็นหลัก จึงพิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยของ วลพ. ที่เคยบังคับให้สภากาชาดต้องเปลี่ยนนโยบาย โดยให้มีผลย้อนหลัง

อย่างไรก็ตาม ศาลยังพิจารณาไปถึงวิธีการปฏิบัติของสภากาชาดในบางกรณี เช่น การออกบัตรประจำตัวชั่วคราวที่ระบุว่าผู้ร้องเป็น “กลุ่มเสี่ยง” และห้ามบริจาคเลือดตลอดชีวิต ซึ่งนำไปสู่การตีตราและกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ศาลเห็นว่าการดำเนินการเช่นนี้เป็นการละเมิดสิทธิในการปกป้องอัตลักษณ์และศักดิ์ศรีของบุคคล

ด้วยเหตุนี้ ศาลจึงมีคำสั่งระงับการบังคับตามคำสั่งของ วลพ. ไว้ชั่วคราว จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ทั้งนี้ การกำหนดเกณฑ์ห้ามบริจาคเลือดของกลุ่ม MSM มีจุดเริ่มต้นในระดับสากลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1977 เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อ HIV และโรคติดต่อทางโลหิตอื่น ๆ 

แต่ปัจจุบันในหลายประเทศได้ปรับเกณฑ์ใหม่ โดยหันมาใช้การประเมินความเสี่ยงรายบุคคล มากกว่าการจำกัดตามกลุ่มเพศหรืออัตลักษณ์ทางเพศ

ที่มาของข้อมูล: https://www.ilaw.or.th/articles/55060

บทความที่เกี่ยวข้อง

Share This :

บทความที่เกี่ยวข้อง