ในเวลาต่อมาทางฝั่งของทำเนียบขาว โดยโฆษก Kush Desai ได้ตอบกลับด้วยท่าทีเชิงเสียดสี โดยอ้างอิงชื่อเพลงของ Ariana Grande เช่น “Save Your Tears” และ “Get Well Soon” พร้อมระบุว่าทรัมป์สามารถจัดการปัญหาเงินเฟ้อ กระตุ้นการลงทุน และลงนามคำสั่งประธานาธิบดีที่ทำให้คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐฯ ดำเนินการกับ Ticketmaster ซึ่งเคยเก็บค่าธรรมเนียมเกินกับแฟนเพลง รวมถึงแฟนเพลงของ Ariana ด้วย ก่อนจะปิดท้ายด้วยข้อความว่า “ขอให้อาริอานาหายดี” ในลักษณะประชดประชัน ท่าทีดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าเป็นการขาดความเห็นอกเห็นใจต่อประเด็นสิทธิมนุษยชน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Ariana Grande ออกมาวิพากษ์การบริหารของทรัมป์ ก่อนหน้านี้เธอเคยแสดงจุดยืนคัดค้านคำสั่งที่กำหนดเพศเพียงชายและหญิง โดยชี้ว่าเป็นการลบล้างอัตลักษณ์ของคนทรานส์และก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต นอกจากนี้ เธอยังแสดงการสนับสนุน Kamala Harris ในการเลือกตั้งปี 2024 และใช้แพลตฟอร์มของตนต่อยอดการทำงานของศิลปินและนักกิจกรรม LGBTQ+ อย่างต่อเนื่อง
Ariana Grande ไม่เพียงแสดงจุดยืนในประเด็นสิทธิชุมชนทรานส์ แต่ยังตอกย้ำถึง soft power ของศิลปินที่ทำให้ประเด็นทางการเมืองเข้าถึงสังคมวงกว้างได้ เช่นเดียวกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ศิลปินหญิงชื่อดังในสหรัฐฯ ใช้ชื่อเสียงของตัวเองเพื่อวิพากษ์รัฐบาลและนโยบายที่กระทบสิทธิมนุษยชนในก่อนหน้านี้ เช่น
- Taylor Swift เคยออกมาต่อต้านกฎหมายต่อต้าน LGBTQ+ ในรัฐเทนเนสซี และใช้สารคดี Miss Americana เป็นพื้นที่ในการเล่าจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน แม้ก่อนหน้านั้นเธอถูกวิจารณ์ว่าหลีกเลี่ยงการพูดเรื่องการเมือง
- Lady Gaga มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์ยกเลิกนโยบาย “Don’t Ask, Don’t Tell” ของกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งกีดกันทหารที่เปิดเผยอัตลักษณ์ทางเพศ และเธอยังพูดบนเวทีระดับโลกเพื่อสนับสนุนสิทธิ LGBTQ+ อย่างต่อเนื่อง
- Madonna เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างในยุค 80s–90s ที่ใช้เพลงและเวทีคอนเสิร์ตในการวิพากษ์การเมือง รวมถึงการจัดการวิกฤตโรคเอดส์ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ถูกวิจารณ์ว่าละเลย
ซึ่งถือเป็นการสะท้อนให้เห็นการเมืองเชิงวัฒนธรรม (cultural politics) อย่างชัดเจน ที่บุคคลสาธารณะ โดยเฉพาะคนดังในแวดวงบันเทิงที่ใช้ชื่อเสียงและอิทธิพลเพื่อท้าทายหรือวิพากษ์อำนาจรัฐ และสะท้อนถึง “การเมืองเชิงพลเมือง” (civic politics) ที่เหล่าศิลปินร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันวาระสาธารณะ ไม่เพียงผ่านบทเพลง แต่รวมถึงการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเปลี่ยนแปลงการรับรู้ในสังคม
ที่มาของข้อมูล:
- https://variety.com/2025/music/news/ariana-grande-white-house-response-trump-administration-1236534327/
- https://www.scenemag.co.uk/ariana-grande-slams-trumps-trans-rights-record/
บทความที่เกี่ยวข้อง
- เมื่อการเมืองสหรัฐฯ ไม่เอื้ออำนวยต่อความหลากหลาย กับความท้าทายของผู้จัด กิจกรรม WorldPride 2025
- รักชนะทุกสิ่ง ศาลสหภาพยุโรปชี้ ประเทศสมาชิกต้องยอมรับการสมรสเพศเดียวกัน
- Nyla Rose แชมป์มวยปล้ำข้ามเพศ ปะทะกับอคติและกฎหมาย
- Emma D’Arcy กับบทบาทโรมีโอที่ปฏิวัติวงการ
- Chappell Roan ถอนตัวจาก Wasserman Music แล้ว หลังอีเมลฉาวซีอีโอถูกเปิดโปง