Alysa Lie ลุกขึ้นปกป้อง Eileen Gu เพราะกีฬาไม่ควรถูกแบ่งด้วย ‘ความจงรักภักดี’

ในช่วง Milan Cortina 2026 Winter Olympics ที่ผ่านมา ชื่อของ Eileen Gu นักสกีฟรีสไตล์สาวเชื้อสายจีน-อเมริกัน กลับมาเป็นที่ถกเถียงอีกครั้ง ทว่าคราวนี้ไม่เกี่ยวกับทักษะบนลานหิมะ แต่เป็นเพราะเธอเลือกที่จะแข่งให้จีนแทนสหรัฐอเมริกา ประเทศที่เกิดและเติบโตมา

แต่ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ถาโถมเข้ามา คนที่ลุกขึ้นมาปกป้องเธอกลับเป็นคนที่หลายคนคาดไม่ถึง ….Alysa Liu นักสเก็ตลีลาทีมชาติสหรัฐฯ วัย 20 ปี ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘จีน’ ที่ซับซ้อนยิ่งกว่าใครจะคาดเดา

Eileen Gu เกิดและเติบโตที่ซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย แม่ของเธอเป็นชาวจีน เธอเริ่มเล่นสกีตั้งแต่เด็กและขึ้นแข่งระดับ World Cup ให้สหรัฐฯ ครั้งแรกในเดือนมกราคม 2019 แต่เพียงไม่กี่เดือนต่อมาก็ประกาศขอเปลี่ยนสัญชาติการแข่งขันไปเป็นจีน ตอนอายุเพียง 15 ปี

Gu อธิบายว่าเธอตัดสินใจเช่นนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่มรดกทางวัฒนธรรมของแม่ และต้องการช่วยผลักดันกีฬาฟรีสไตล์สกีในจีนให้เติบโต แต่ชาวอเมริกันจำนวนมากมองว่าเธอ ทรยศ ต่อประเทศที่หล่อเลี้ยงเธอมา กระแสวิพากษ์ก็รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งพอเธอ ชนะ ในโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ที่ Milan Cortina

เธอกวาดไป 3 เหรียญ ทอง 1 เหรียญ (ฮาล์ฟไปป์) และเงิน 2 เหรียญ (สโลปสไตล์กับบิ๊กแอร์) กลายเป็นนักสกีฟรีสไตล์ที่คว้าเหรียญโอลิมปิกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยเหรียญทั้งหมด 6 เหรียญ และยิ่งเธอเก่ง กระแสเกลียดชังก็ยิ่งรุนแรง

ถึงขนาดที่รองประธานาธิบดี JD Vance ออกมาพูดว่าเขาอยากให้คนที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตและการศึกษาในอเมริกาเป็นตัวแทนสหรัฐฯ ในการแข่งขัน ซึ่งตัว Gu เองก็เคยเปิดใจว่ารู้สึกเหมือนเป็น ‘กระสอบทราย’ (punching bag) ของทุกฝ่าย และตั้งข้อสังเกตแบบตรงไปตรงมาว่า “ถ้าฉันไม่ชนะ พวกเขาคงไม่สนใจขนาดนี้หรอก”

มาที่ Alysa Liu
ที่บอกว่าเรื่องนี้ซับซ้อนกว่าที่คิดก็เพราะว่า เธอไม่ใช่แค่นักกีฬาอเมริกันธรรมดา เธอคือลูกสาวของ Arthur Liu อดีตผู้ลี้ภัยทางการเมืองจากจีน ผู้เคยเข้าร่วมการประท้วงที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในปี 1989 ก่อนจะหนีมาตั้งรกรากในสหรัฐฯ เรียนจบกฎหมาย และเลี้ยงดูลูกสาวจนเป็นนักกีฬาสเก็ตลีลาระดับแชมป์ประเทศ

และเรื่องก็ยิ่งดราม่ามากขึ้นไปอีก เพราะในปี 2022 ขณะที่ Alysa กำลังเตรียมตัวไปแข่งโอลิมปิกฤดูหนาวที่ปักกิ่ง เธอกลับถูก FBI เรียกไปแจ้งว่า เธอและพ่อตกเป็นเป้าหมายของปฏิบัติการสอดแนมที่สั่งการโดยรัฐบาลจีน สายลับถูกส่งมาเฝ้าดูครอบครัว Liu และพยายามหลอกขอพาสปอร์ตของเธอ ตอนนั้น Alysa อายุแค่ 16 ปี

ฟังดูแล้วเธอน่าจะเป็นคนสุดท้ายที่จะปกป้องนักกีฬาที่เลือกแข่งให้จีนใช่ไหม…..
แต่ไม่เลย ในบทสัมภาษณ์กับ The New York Times ช่วงต้นเดือนมีนาคม 2026 Alysa Liu เรียกกระแสวิจารณ์ว่า ‘หน้าซื่อใจคด’ (hypocritical) และย้ำว่า ‘ก็คือกีฬา’ พร้อมบอกว่าคนอย่าง Eileen Gu แค่กำลังไปในที่ที่มีโอกาสรออยู่ ซึ่งในมุมของเธอไม่มีอะไรน่าอายเลย

สิ่งที่ Alysa Liu ทำอาจดูธรรมดา แค่ให้สัมภาษณ์ปกป้องเพื่อนนักกีฬา แต่พอดูบริบททั้งหมดแล้ว มันมีน้ำหนักมากกว่านั้นมาก เธอคือคนที่ครอบครัวถูกรัฐบาลจีนสอดแนม เธอคือลูกสาวของผู้ลี้ภัยจากเทียนอันเหมิน เธอคือคนที่มีทุกเหตุผลในโลกที่จะ ‘เกลียดจีน’ ตามที่สังคมอเมริกันจำนวนมากคาดหวัง แต่เธอกลับเลือกที่จะแยกแยะระหว่าง ‘รัฐบาลของประเทศ’ กับ ‘ตัวตนทางวัฒนธรรมของคน ๆ หนึ่ง’ ออกจากกัน

เธอเข้าใจว่า Eileen Gu ไม่ได้เลือกแข่งให้ “รัฐบาลจีน” เธอเลือกแข่งให้ “แม่ของเธอ” ให้วัฒนธรรมครึ่งหนึ่งของตัวเอง ให้ชุมชนที่เธอเป็นส่วนหนึ่ง และนั่นคือสิทธิ์ที่ไม่มีใครควรพรากไป
อัตลักษณ์ที่ถูกบังคับให้เลือกข้าง

เรื่องราวของ Eileen Gu และ Alysa Liu อาจจะว่าด้วยปัญหาของคนที่มีอัตลักษณ์ข้ามวัฒนธรรมต้องเผชิญอยู่เสมอ นันคือการถูกบังคับให้ เลือกข้าง ราวกับว่าความเป็นมนุษย์ของเราหยิบใส่กล่องได้แค่กล่องเดียว

คุณจะเป็นอเมริกัน หรือ จีน คุณจะรักชาติ หรือ รักรากเหง้า คุณต้องเลือก ห้ามตอบว่าเป็นทั้งสองอย่าง …. ตรรกะแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับการบังคับให้คนเลือกว่าจะรักพ่อ หรือ รักแม่

ท้ายที่สุด สิ่งที่ Alysa Liu ทำให้เราเห็นก็คือ ความกล้าหาญไม่ได้มีแค่การกระโดดหมุนสี่รอบบนลานน้ำแข็ง แต่ยังรวมถึงการลุกขึ้นพูดในสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง แม้ว่าเรื่องราวของตัวเองจะทำให้ “เกลียด” ง่ายกว่า “เข้าใจ” ก็ตาม
และนี่อาจเป็นสปิริตที่ทุกคนควรมี ไม่ว่าจะบนสนามกีฬาหรือในชีวิตประจำวัน สิ่งนั้นคือการมองเห็นว่าคนตรงหน้าเป็นมนุษย์คนหนึ่งก่อนจะเป็นอย่างอื่น

 

รู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับโพสต์นี้?

Loading spinner

แชร์บทความนี้

Tag

Related Stories

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง