ARTICLE

7 ผลงานวรรณกรรมเกี่ยวกับ Queer Gothic

แนะนำ 7 ผลงานวรรณกรรมแนว Queer Gothic ที่ควรอ่าน ปกหนังสือเจ็ดเล่ม GENDERATION

Queer Gothic คือการอ่านและตีความวรรณกรรม ศิลปะ และวัฒนธรรมแนวโกธิคผ่านมุมมองความหลากหลายทางเพศและอัตลักษณ์ที่ไม่เป็นไปตามบรรทัดฐาน โดยมีรากฐานตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ซึ่งงานเขียนโกธิคมักพูดถึงความลี้ลับ ความแปลกแยก การต่อต้านสังคม รวมถึงความวิตกกังวลต่อเพศและอัตลักษณ์ที่ถูกกดทับ

ธีมสำคัญใน Queer Gothic มักเกี่ยวข้องกับ “การซ่อนเร้น” และ “การเปิดเผยตัวตน” เช่น สัญลักษณ์การคัมเอ้าท์ ซึ่งการตีความเหล่านี้ทำให้ วัฒนธรรม Queer Gothic กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางศิลปะที่รองรับความหลากหลายทางเพศในเชิงลึกเลยก็ว่าได้

ต่อไปนี้คือ 7 ผลงานวรรณกรรม Queer Gothic ระดับตำนาน ที่มีภาพปกหนังสือรวมอยู่ในภาพ Cover เพจ Genderation ประจำเดือนตุลาคมนี้

1. The Monk (1796) – Matthew Lewis

หนึ่งในผลงานโกธิคยุคแรกสุด เรื่องราวของ Ambrosio นักบวชหนุ่ม ผู้เป็นสัญลักษณ์ของศีลธรรมและความบริสุทธิ์ แต่กลับถูกแรงปรารถนาและความทะเยอทะยานทำลาย เขาถูก Matilda ตัวละครหญิงผู้แทนซาตาน ล่อลวงเข้าสู่เส้นทางผิดศีลธรรม จนลงเอยด้วยบาปร้ายแรง

บรรยากาศเรื่องเต็มไปด้วยโบสถ์ มรณะศาสนา และการกดข่มความปรารถนา ทำให้ผลงานนี้สะท้อนความตึงเครียดระหว่างศาสนา–ศีลธรรม กับความต้องการส่วนตัวอย่างทรงพลัง

2. Carmilla (1872) – Sheridan Le Fanu

เรื่องราว Laura หญิงสาวในปราสาท ที่ได้พบกับ Carmilla แวมไพร์หญิง ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองมีทั้งความโรแมนติกและอีโรติกอย่างเปิดเผย ซึ่งถือเป็นงาน Lesbian Gothic ยุคบุกเบิก และเป็นต้นแบบงานประเภทนี้เลยก็ว่าได้

ด้วยบรรยากาศในเรื่องที่ผสมผสานความงดงามและสยองขวัญ และมีตัวละครอย่าง Carmilla ตัวแทนผู้หญิงเปี่ยมอำนาจ และความหลุดพ้นจากการถูกกดทับในสังคมวิกตอเรียน นวนิยายเล่มนี้จึงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับเรื่องแวมไพร์ในยุคต่อมา

3. The Picture of Dorian Gray (1890) – Oscar Wilde

เรื่องราวของ Dorian Gray ชายหนุ่มผู้ขายวิญญาณแลกกับความอ่อนเยาว์ ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่แก่ชรา แต่ภาพวาดของเขากลับสะท้อนความเสื่อมทรามลงเรื่อย ๆ

อีกทั้งความสัมพันธ์ของ Dorian กับ Lord Henry และตัวละครชายอื่น ๆ มักถูกตีความว่าแฝงด้วยความปรารถนาเชิง homoerotic ขณะเดียวกัน ในเรื่องยังวิพากษ์ศีลธรรมแบบวิกตอเรียที่กดขี่เพศ และความใคร่ ผลงานนี้สะท้อนการใช้ชีวิตแบบ queer ที่ทั้งงดงามและน่าค้นหาเป็นอย่างมาก

4. Dracula (1897) – Bram Stoker

นิยายแวมไพร์ที่เป็นสัญลักษณ์ของโกธิคโลกตะวันตก แต่ยังถูกอ่านในมุม ความสัมพันธ์ homoerotic โดยเฉพาะระหว่าง Count Dracula และ Jonathan Harker เช่นฉากที่ Dracula หวงแหน Harker จากหญิงแวมไพร์ด้วยประโยค “เขาเป็นของฉัน”

Dracula จึงไม่ได้เป็นเพียงแวมไพร์ แต่ยังสะท้อนเพศและอัตลักษณ์ที่ถูกผลักให้เป็นตัวแทนสิ่งที่อยู่ตรงข้ามของความดีงาม และสิ่งปกติของสังคมวิกตอเรียที่ห้ามความสัมพันธ์รักเพศเดียวกัน

5. Nightwood (1936) – Djuna Barnes

หนึ่งในนวนิยายหญิงรักหญิงที่สำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 20 เรื่องราวดำเนินในปารีสยุค 1920 บรรยากาศ โกธิค–โมเดิร์นนิสต์ ที่เต็มไปด้วยความสับสน มีการใช้ ภาษาเชิงกวีนิพนธ์ และตีแผ่เรื่องความรักที่ไม่สมหวัง

เล่าเรื่องตัวละครหญิงหลายคน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่าง Robin Vote และ Nora Flood ที่สะท้อนความรักหญิงรักหญิงซึ่งเต็มไปด้วยความหลงใหล เจ็บปวด และความลี้ลับ

6. The Bloody Chamber (1979) – Angela Carter

รวมเรื่องสั้นที่รีมิกซ์เทพนิยายคลาสสิกให้อยู่ในบรรยากาศโกธิค โดยเฉพาะการตีความใหม่ของ Bluebeard ที่นำเสนอหญิงสาวในมิติใหม่ ไม่ใช่เหยื่อที่รอถูกช่วยเหลือ แต่เป็นผู้มีความปรารถนาและอำนาจควบคุมชะตาตนเอง

ภาษาในงานเต็มไปด้วยความเย้ายวน ความรุนแรง และมีการใช้สัญลักษณ์ทางเพศ ผลงานเล่มนี้ถือเป็นการท้าทายบทบาทเพศในกรอบ ชาย-หญิง อย่างชัดเจน

7. The Passion (1987) – Jeanette Winterson

เล่าเรื่องความรักเควียร์ท่ามกลางเวนิสในสงครามนโปเลียน ผ่านสองตัวละครหลักคือ Henri ทหารฝรั่งเศสผู้ซื่อสัตย์ และ Villanelle หญิงสาวเวนิสผู้มีเท้าลักษณะพิเศษเหมือนตีนเป็ด

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เต็มไปด้วยความลี้ลับ แฟนตาซี และความเป็น queer ที่ไม่ถูกครอบงำด้วยกฎเกณฑ์สังคม ที่สำคัญ Jeanette Winterson ยังใช้ภาษากวีสะท้อนทั้งความงามและความเจ็บปวดของความรักไว้อย่างน่าสนใจ

นอกจากนี้ นักเขียนไทยรุ่นใหม่เริ่มนำแนวคิด Queer Gothic  มาสร้างสรรค์ในผลงานวรรณกรรม พร้อมกับหยิบยกการนำเสนอเรื่องความหลากหลายทางเพศอย่างน่าสนใจ ซึ่งมีอยู่หลายเล่มด้วยกัน อาทิ

ใครสักคนในเราทั้งคู่ – Moonscape

นิยายวายลึกลับ–อบอุ่น ถ่ายทอดความสัมพันธ์ของ ดาวเหนือ และ ให้แสง ที่ต้องเผชิญกับบรรยากาศวังเวงและความรักที่ซ่อนเร้น

ถ้ารักกันแล้ว มากอดกันในโลงเถอะ – MosaiZ

แฟนตาซี–BL ระหว่าง ยมทูตเว้าแหว่ง กับ จ้าวนรกผู้รักการปลูกดอกไม้ เรื่องนี้ผสมความตายกับความรักได้อย่างมีชีวิตชีวา

Pumpkin Head นายหัวฟักทอง – Giftmeme

Slice of Life ปนโกธิคเล็กน้อย เล่าความสัมพันธ์ของ เบรนดอล ชายหนุ่มผู้ไม่เชื่อผี กับ ไคล์ วิญญาณที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา

Of Murder and the Muse – Moonscape & Sarail

โรแมนซ์–ลึกลับ เรื่องราวของ ซิสทีน เด็กหนุ่มโรงเรียนประจำที่ถูกดึงดูดเข้าหา เกล็น เนออน เพื่อนร่วมโรงเรียนผู้ลึกลับ ทั้งคู่ถูกพันธนาการด้วยความปรารถนาและความลับ

Here Lies Love รักลวงลวง – ชย วิวัฒนาพานิช (สำนักพิมพ์ P.S.)

รวมเรื่องสั้น 14 เรื่อง ว่าด้วยความรักในมุมมองเควียร์ (Queer) ผ่านตัวละครในชุมชน LGBTQ+ ที่ยังมีการหลอกลวง ความเจ็บปวด และบรรทัดฐานสังคมที่กดทับ ถ่ายทอดบรรยากาศโกธิคทั้งในมิติลึกลับและร้าวฉานระหว่างคนกับผีและคนกับคนด้วยกัน

ที่มาของข้อมูล: 

  1. https://www.sahgb.org.uk/features/queer-gothic 
  2. https://search.worldcat.org/th/title/queering-the-gothic/oclc/1155128852 
  3. https://temper.sites.umassd.edu/2023/03/09/under-the-cape-covert-homosexuality-in-bram-stokers-dracula/ 

บทความที่เกี่ยวข้อง

Share This :

บทความที่เกี่ยวข้อง