ARTICLE

Drag King ประวัติศาสตร์การแต่งชาย เพื่อปลดแอกแหกขนบสังคม

Drag King ประวัติศาสตร์การแต่งชายเพื่อปลดแอกแหกขนบสังคม GENDERATION

ถ้าพูดถึงวัฒนธรรม Drag ส่วนใหญ่ในบ้านเราจะรู้จักมักคุ้นกับ Drag Queen มากกว่า แต่อย่างไรก็ตามยังมี Drag King ด้วยนะเธอ ซึ่งวัฒนธรรมการแสดงบทบาทที่ตรงข้ามกับอัตลักษณ์ทางเพศ (gender identity) ในแบบที่ไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับเพศทางชีวภาพหรือเพศที่บุคคลนั้นถูกกำหนดในสังคม นำเสนอตัวตนในทั้งพื้นที่ออนไลน์และออฟไลน์นี้มีมาอย่างยาวนาน

ย้อนกลับไปถึงสมัยราชวงศ์ถัง (617-908) ในประเทศจีน การแต่งตัวเลียนแบบผู้ชายเป็นเรื่องธรรมดาในโรงละครจีน  และในช่วงศตวรรษที่ 1600s นักเขียนบทและนักแสดงชาวอังกฤษชื่อ Aphra Behn ก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้สร้างบทบาทผู้ชายบนเวทีสำหรับผู้หญิง 

Matilda Alice Powles หรือที่รู้จักกันในชื่อของ Vesta Tilley ก็ถือเป็นสัญลักษณ์ในช่วงยุควิกตอเรียที่ท้าทายบทบาททางเพศของสมัยนั้น นอกสหราชอาณาจักร วัฒนธรรม Drag King เริ่มพัฒนาในสหรัฐอเมริกาในช่วงศตวรรษที่ 1800s โดย Ella Shields นักร้องจากรัฐแมริแลนด์ ซึ่งมันได้รับความนิยมจากการเลียนแบบผู้ชายผ่านเพลงในมิวสิกฮอลล์เป็นอย่างมากในช่วงปลายศตวรรษที่ 1800s ด้วยเพลง “Burlington Bertie from Bow” และในช่วงเวลาเดียวกัน Gowongo Mohawk ก็เป็นหนึ่งในนักแสดงเลียนแบบผู้ชายที่มีชื่อเสียงคนแรกจากชนพื้นเมือง และได้เดินทางไปแสดงในยุโรปและสหรัฐอเมริกา

ในช่วงทศวรรษที่ 1980s และ 1990s Drag King เริ่มได้รับการยอมรับและมีการพัฒนามากขึ้นในชุมชน LGBTQ+ และกลุ่มศิลปินที่ต้องการทดลองและสำรวจบทบาททางเพศ โดยเฉพาะในสถานที่อย่าง าบาเร่ต์คลับ หรือการแสดงที่จัดในกลุ่มผู้หญิงหรือผู้ที่สนใจในศิลปะการแสดง Drag ตัวอย่างเช่น Dynasty Handbag และ Murray Hill ซึ่งเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงในการแสดงเป็น Drag King

สำหรับยุคปัจจุบัน การแสดง Drag King ได้รับการยอมรับมากขึ้นในวงการแสดงและในสังคม โดยมีการจัดกิจกรรมและการแสดงที่เน้นการแสดง Drag King เป็นประจำในหลายๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในเทศกาล Pride หรือกิจกรรมทางศิลปะที่เฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศ ตัวอย่างเช่น การแสดงใน RuPaul’s Drag Race แม้ว่าจะเน้นไปที่ Drag Queen แต่ก็ช่วยเปิดพื้นที่ให้ Drag King ได้รับการสนับสนุนและมีที่ยืนในวงการบันเทิง

วัฒนธรรม Drag King ขับเคลื่อนสังคมอย่างไร? 

  • การทดลองทางเพศ (Gender Expression): การแสดง Drag King เป็นการทดลองทางเพศที่ทำให้ผู้แสดงสามารถสำรวจและแสดงออกถึงบทบาทและอัตลักษณ์ทางเพศที่แตกต่างจากตัวตนที่สังคมกำหนดไว้
  • การเสียดสีและการต่อต้านสังคม: Drag King มักจะมีการเสียดสีหรือการต่อต้านต่อบทบาททางเพศที่ถูกคาดหวังในสังคม เช่น การเล่นมุกตลกเกี่ยวกับบทบาทของผู้ชายหรือการแสดงท่าทางที่โอเวอร์จนเกินจริง เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้คนคิดถึงการกำหนดบทบาททางเพศ
  • การเคลื่อนไหวทางสังคม: Drag King เป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้เพื่อความเสมอภาคทางเพศและการยอมรับความหลากหลายทางเพศ

ถือว่า Drag King เป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนมีโอกาสสำรวจและได้แสดงออกถึงอัตลักษณ์ทางเพศในรูปแบบที่แตกต่างจากที่สังคมคาดหวัง และเป็นสัญลักษณ์ของการทลายกรอบทางสังคมเกี่ยวกับเพศและบทบาททางเพศที่คนในสังคมส่วนใหญ่ยึดถืออีกด้วย

ที่มาของข้อมูล:

  1. https://www.bbc.com/news/uk-england-birmingham-65385017 
  2. https://www.amberlive.tv/drag-queens/who-are-famous-drag-kings 
  3. https://www.gaytimes.com/drag/drag-kings-are-ready-for-their-reigning-era/ 

บทความที่เกี่ยวข้อง

Tags :
Share This :