ARTICLE

ความอับอาย ต้องเปลี่ยนฝั่ง เรื่องราว Gisèle Pelicot คดีประวัติศาสตร์ที่เขย่าสังคมฝรั่งเศส

470962015 535960119437235 7332596138095564946 n

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2024 ศาลเมืองอาวีญง ประเทศฝรั่งเศส มีคำพิพากษาลงโทษชาย 50 คนในคดีความรุนแรงทางเพศที่กระทำต่อ Gisèle Pelicot หญิงวัย 72 ปี โดยมี Dominique Pelicot อดีตสามีของเธอเป็นผู้บงการ

เรื่องราวเริ่มขึ้นในปี 2011 เมื่อ Dominique ใช้เว็บไซต์หาคู่สร้างโปรไฟล์ปลอมในนามภรรยา โดยไม่ได้รับความยินยอม เขาติดต่อและนัดหมายให้ชายแปลกหน้าเข้ามาล่วงละเมิดภรรยาของตนที่บ้านในช่วงเวลาที่เธอถูกวางยานอนหลับและยากล่อมประสาทจนหมดสติ Dominique บันทึกวิดีโอการล่วงละเมิดเอาไว้ทั้งหมด การกระทำนี้ดำเนินต่อเนื่องยาวนานถึง 9 ปี โดย Gisèle ไม่รู้ตัวว่าถูกกระทำ

คดีนี้ถูกเปิดเผยในปี 2020 เมื่อ Dominique ถูกจับได้ว่าถ่ายภาพใต้กระโปรงผู้หญิงในซูเปอร์มาร์เก็ต ตำรวจตรวจค้นบ้านและพบวิดีโอจำนวนมากที่บันทึกการล่วงละเมิด นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 51 คน การพิจารณาคดีใช้เวลาประมาณ 3 เดือน มีการสืบพยานและรวบรวมหลักฐานอย่างละเอียด ระหว่างการสืบสวน มีความพยายามกดดันให้ถอนฟ้องหลายครั้ง แต่คดีดำเนินต่อไปจนถึงที่สุด

ศาลตัดสินจำเลย 46 คนมีความผิดฐานข่มขืน สองคนพยายามข่มขืน และอีกสองคนล่วงละเมิดทางเพศ ส่วน Dominique ได้รับโทษสูงสุด 20 ปี ในฐานะผู้วางแผนอาชญากรรมทั้งหมด คดีนี้สั่นสะเทือนสังคมฝรั่งเศส เมื่อพบว่าผู้กระทำผิดมาจากหลากหลายอาชีพและชนชั้นทางสังคม ทั้งนักธุรกิจ ครู ตำรวจ และนักการเมืองท้องถิ่น

Gisèle ตัดสินใจเปิดเผยตัวตนและทำให้การพิจารณาคดีเป็นที่รับรู้ต่อสาธารณะ เธอประกาศว่า “ความอับอายต้องเปลี่ยนฝั่ง” จากเหยื่อไปสู่ผู้กระทำผิด คำประกาศ “NO MORE SHAME” หรือ “ไม่มีความอับอายอีกต่อไป” กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงทางเพศหลายคนกล้าที่จะลุกขึ้นมาเรียกร้องความยุติธรรม
นิตยสาร Vogue Germany นำเสนอภาพของ Gisèle ในชุดสีแดงบนพื้นหลังสีแดงเข้ม สื่อถึงพลังและความกล้าหาญ เป็นการประกาศว่าผู้เสียหายจากความรุนแรงทางเพศไม่ควรต้องหลบซ่อนหรือรู้สึกอับอายอีกต่อไป

คดีของ Gisèle มีลักษณะพิเศษที่พบได้ยากในคดีความรุนแรงทางเพศทั่วไป คือการมีหลักฐานชัดเจน รวมถึงวิดีโอบันทึกการกระทำผิด ทำให้การพิสูจน์ความผิดเป็นไปได้ง่าย ขณะที่คดีความรุนแรงทางเพศส่วนใหญ่มักขาดหลักฐานเช่นนี้

Gisèle ฝากข้อความถึงผู้หญิงทุกคนที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศว่า “ฉันต้องการให้ผู้หญิงทุกคนที่ถูกข่มขืนพูดว่า “มาดาม Pelicot ทำได้ ฉันก็ทำได้เช่นกัน” และ “ฉันคิดถึงเหยื่อที่ไม่ได้รับการยอมรับ กับเรื่องราวยังคงถูกซ่อนไว้ ฉันอยากให้คุณรู้ว่าเราอยู่ในการต่อสู้เดียวกัน”

คดีนี้เปลี่ยนมุมมองสังคมต่อความรุนแรงทางเพศ จากเรื่องส่วนตัวที่ต้องปิดบัง สู่ปัญหาโครงสร้างที่ทุกคนต้องร่วมแก้ไข เริ่มจากการปรับมุมมองต่อผู้เสียหาย ยุติการตีตราและการกล่าวโทษเหยื่อ และสร้างระบบยุติธรรมที่เอื้อให้ผู้เสียหายกล้าออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม ความกล้าหาญของ Gisèle Pelicot สร้างความหวังและพิสูจน์ว่า การลุกขึ้นมาเรียกร้องความยุติธรรมเป็นสิทธิที่ผู้เสียหายพึงมี โดยปราศจากความอับอาย

บทความที่เกี่ยวข้อง

Share This :