ARTICLE

The Barbizon Hotel เมืองลับของผู้หญิง: ที่รักและอิสรภาพไม่ต้องขออนุญาต

The Barbizon Hotel เมืองลับของผู้หญิงที่รักและมีอิสรภาพโดยไม่ต้องขออนุญาต GENDERATION

ถ้าเรามองย้อนกลับไปในหน้าประวัติศาสตร์ จะพบว่าโลกใบนี้ไม่ค่อยจะใจดีกับผู้หญิงมากนัก โดยเฉพาะผู้หญิงที่ไม่เดินตามบทบาททางเพศที่สังคมเขียนไว้ให้ นี่อาจจะเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ ชุมชนผู้หญิง หรือ enclave ของผู้หญิง เคยมีอยู่จริงในหลากหลายพื้นที่ทั่วโลก ทั้งในฐานะที่พักพิง พื้นที่สร้างงาน หรือแม้กระทั่งที่หลบภัยจากระบบชายเป็นใหญ่ ที่สำคัญ มันคือพื้นที่ของการมีอยู่โดยไม่ต้องขออนุญาตใคร และในความเงียบงันของเมืองเหล่านี้ ความผูกพันระหว่างผู้หญิงงอกงามขึ้นในแบบที่ประวัติศาสตร์กระแสหลักไม่เคยกล้าเล่า

The Barbizon Hotel ในนิวยอร์กซิตี้ ก่อตั้งขึ้นในปี 1928 เพื่อเป็นที่พักสำหรับผู้หญิงที่เข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศของอเมริกายุคก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ในตอนนั้นยังเต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมและบทบาทหญิงชายอันเข้มงวด Barbizon กลายเป็น “เมืองในเมือง” ที่ผู้หญิงใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องแต่งงาน ไม่ต้องขึ้นอยู่กับผู้ชาย และหลายคนก็บันทึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างหญิงสาวที่นั่น มีความลึกซึ้งเกินคำว่าเพื่อน หรือรูมเมต แม้จะไม่เคยถูกเรียกอย่างตรงไปตรงมา

ข้ามทวีปไปยุโรป ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 กลุ่มผู้หญิงที่เรียกตัวเองว่า Beguines ปรากฏตัวขึ้นในเมืองต่างๆ ของเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์ พวกเธออาศัยรวมกันในชุมชนที่มีโบสถ์ สวน และที่พักอาศัยในกำแพงล้อมรอบ Beguines ไม่ใช่นักบวช แต่ก็ไม่แต่งงาน และเลือกใช้ชีวิตโดยไม่อยู่ในระบบศาสนาแบบชายเป็นใหญ่ งานศึกษาหลายชิ้น รวมถึงบทวิเคราะห์ของนักประวัติศาสตร์เพศวิถีเช่น Judith Bennett ชี้ว่าความผูกพันระหว่าง Beguines จำนวนมากมีลักษณะ “erotic friendship” หรือมิตรภาพที่มีความใกล้ชิดในระดับที่อาจเรียกได้ว่าเป็นความรักของผู้หญิงกับผู้หญิง แม้จะไม่ถูกบันทึกเป็นทางการเพราะบริบทของศาสนาและศีลธรรมในยุคนั้น

ในแอฟริกาตะวันตก กลุ่มนักรบหญิง Agojie แห่งอาณาจักรดาโฮมี (ปัจจุบันคือเบนิน) ถูกบันทึกไว้ว่าเป็นหน่วยรบหญิงล้วนที่แข็งแกร่งและดุร้ายที่สุดในศตวรรษที่ 18 และ 19 สิ่งที่มักไม่ถูกพูดถึงคือความสัมพันธ์ภายในกลุ่ม ที่มีความใกล้ชิดทั้งทางร่างกายและอารมณ์ เนื่องจากพวกเธอถูกห้าม ไม่ให้แต่งงานกับผู้ชาย งานเขียนของนักประวัติศาสตร์บางราย เช่น Sylvia Serbin ผู้เขียน The Women Soldiers of Dahomey ชี้ให้เห็นว่า Agojie สร้างความเป็นกลุ่มก้อนบนฐานของพลังหญิงที่ไม่ยอมถูกครอบงำ

แม้ชุมชนเหล่านี้จะดำรงอยู่จริง แต่ประวัติศาสตร์กลับเลือกที่จะพูดถึงในแง่ “ผู้หญิงที่แปลกแยก” หรือ “ผู้หญิงที่ไม่เดินตามระบบ” มากกว่าจะยอมรับว่า มันคือพื้นที่ของเสรีภาพ เสน่หา และการต่อต้านที่ทรงพลัง ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของผู้หญิงถูกทำให้กลายเป็นเพียงแค่เรื่องเล็ก หรือมองผ่านแว่นของคำว่า “เพื่อนสนิท” “รูมเมต” หรือ “แรงบันดาลใจให้กัน” ทั้งที่ความสัมพันธ์เหล่านั้นคือการดำรงอยู่ของความรักในแบบที่ไม่ต้องอธิบายหรือยอมจำนนต่อกรอบใด

เมื่อเราขุดค้นเรื่องราวที่โลกพยายามกลบฝัง เราไม่ได้แค่ทวงคืนประวัติศาสตร์ที่หายไป แต่ยังได้เห็นพลังของการมีอยู่ของผู้หญิงและความรักที่ถูกปิดปากไว้เนิ่นนาน วันนี้ ขบวนการเรียกร้องสิทธิของผู้หญิงและกลุ่ม LGBTQ+ ทั่วโลกต่างหยิบยกการดำรงอยู่ของ enclave เหล่านี้ขึ้นมาเป็นแรงบันดาลใจ ไม่ใช่เพราะพวกเธอคือ “ผู้หญิงแปลกประหลาด” แต่เพราะพวกเธอคือ “ผู้หญิงที่ไม่ยอมจำนน”

เรื่องราวของเมืองของผู้หญิงเหล่านี้ที่บางแห่งกลายเป็นเพียงรอยเท้าในหน้าหนังสือ บางแห่งถูกเปลี่ยนเป็นคอนโดหรู….ยังคงมีสิ่งให้เราค้นพบอีกมาก และบางที การถามว่า “เราเคยมีพื้นที่ของเราอยู่แล้ว แล้วทำไมเรายังต้องต่อสู้เพื่อมันอยู่” ก็อาจเป็นคำถามที่โลกควรตอบเราได้สักที

ที่มาของข้อมูล:

  1. https://www.linkedin.com/pulse/history-benefits-women-only-community-spaces-tina-shattuck-ur0uc
  2. https://english.elpais.com/culture/2022-11-24/the-barbizon-hotel-a-sanctuary-for-women-in-midtown-manhattan.html
  3. https://www.smithsonianmag.com/history/real-warriors-woman-king-dahomey-agojie-amazons-180980750/
  4. https://www.lgbtqnation.com/2025/03/women-only-enclaves-have-existed-for-centuries-but-their-sapphic-histories-have-long-been-buried/

บทความที่เกี่ยวข้อง

Share This :