LIFESTYLE, REVIEW

หนังสือ 12 เล่มน่าอ่าน ว่าด้วยการเปิดรับความหลากหลายทางเพศ

NBLD 9 8 23

9 สิงหาคม "วันคนรักหนังสือ" (National Book Lovers Day) เราเลยขอมาป้ายยา "หนังสือ 12 เล่มน่าอ่าน" ว่าด้วยการเปิดรับความหลากหลายทางเพศดังนี้

1. Rainbowlogy ศาสตร์สีรุ้ง

ผลงานหนังสือเล่มใหม่จาก Avocado Books ที่จะทำให้คุณเข้าใจความหลากหลายทางเพศมากกว่าที่เคย ผ่านแนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับเพศ จิตวิทยา การสื่อสาร ผสานเรื่องราวชีวิตแสนก๋ากั่นของ “คุณเตเต้ – สิรภพ แก้วมาก” นักสื่อสารผู้เป็นครีเอทีฟและโปรดิวเซอร์หลายรายการดัง เจ้าของผลงานวิทยานิพนธ์ดีเด่นระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยใจกลางเมือง

2. แด่การผลัดทิ้งซึ่งหญิงชาย แด่ความลื่นไหลที่ผลิบาน (Beyond the Gender Binary)

โดย Alok Vaid-Menon หนังสือ non-fiction ที่เป็นเหมือนบันทึกความทรงจำควบคู่ไปกับการบอกเล่าความเข้าใจเกี่ยวกับอัตลักษณ์ทางเพศแบบ 101 ซึ่งจะช่วยให้เรามองเห็นว่าเพศไม่จำเป็นต้องจำกัดแค่ชายหรือหญิง และการแสดงออก เสื้อผ้า หน้าผม ท่าทาง วิถีชีวิตของเรา ก็ไม่จำเป็นต้องตรงกับเพศสภาพและเพศวิถี

3. Honey Girl

เป็นนิยาย LGBTQ+ แนวโรแมนติกชวนอบอุ่นหัวใจที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ของหญิงสาวสองคน โดยที่คนหนึ่งได้ถูกเติมเต็มด้วยความรักหลังจากต้องใช้ชีวิตกับความสำเร็จอันว่างเปล่ามาตลอดยี่สิบกว่าปี ไปลุ้นเอาใจช่วยให้ความรักครั้งนี้ลุล่วงไปด้วยดี พร้อมๆ กับเรียนรู้เกี่ยวกับความรัก และความสุขไปพร้อมๆ กัน เขียนโดย Morgan Rogers

4. Carol (The Price of Salt)

โดย Patricia Highsmith เรื่องราวความสัมพันธ์ของผู้หญิงสองคนที่ต่างฝ่ายต่างรู้สึกโดดเดี่ยว กลายเป็นความรักต้องห้ามในยุคสมัยที่การรักเพศเดียวกันเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ซึ่งนอกจากประเด็น LGBTQ แล้ว หนังสือเล่มนี้ยังพาเราไปวิพากษ์โครงสร้างชายเป็นใหญ่ที่เป็นปัญหาครอบเรื่องความเหลื่อมล้ำทางเพศ

5. Adaline and Other Short Stories (อดาไลน์ และเรื่องสั้นอื่นๆ)

รวมเรื่องสั้น 10 เรื่องของลาดิด จากเศษเถ้าอารมณ์ที่หล่อนกอบขึ้นจากกระแสนึกคิดของผู้หญิงที่ถูกเล่าจากความสัมพันธ์แบบหญิง – หญิง และเรื่องราวอื่นๆที่ให้บรรยากาศของภาพยนตร์พีเรียด

6. The Song of Achilles

โดย Madeline Miller ความหลากหลายทางเพศไม่ได้เพิ่งมาถูกกล่าวถึงในยุคสมัยแห่งปัจจุบัน เพียงแต่มีหนังสือไม่กี่เล่มที่ได้บันทึกเรื่องราวเหล่านั้นเอาไว้ The Song of Achilles คือหนังสือนิยายที่ท้าทายทุกความเชื่อ ด้วยการหยิบยกเอาเรื่องราวของเทพปกรนัมกรีกจากบทประพันธ์ขึ้นหิ้งอย่าง ‘มหากาพย์อีเลียด’ ของ โฮเมอร์ มารังสรรค์เป็นนิยายที่ว่าด้วยความรักระหว่างบุรุษสองคนนั่นก็คือ อคิลลีส ผู้พิชิตกรุงทรอย กับ พาโทรคลุส เจ้าชายผู้ตกอับ

7. Autoboyography

โดย Christina Lauren นวนิยาย coming of age ที่มีพล็อตน่าสนใจ เพราะจับรวมทุกจารีตเข้ามาตั้งคำถาม ทั้งความสัมพันธ์ของครู–นักเรียน ความสัมพันธ์ของคู่รักเกย์ภายใต้ครอบครัวที่เคร่งศาสนาซึ่งกีดกัน LGBTQ

8. Less

โดย Andrew Sean Greer เรื่องช้ำรักของ Arthur Less นักเขียนชายวัย 49 ที่พยายามหลีกหนีงานแต่งงานของแฟนเก่าซึ่งเป็นชายหนุ่มที่คบหากันมากว่า 9 ปี แต่ได้เลิกรากันไป นอกจากเรื่องการบอกเล่ามุมมอง วัฒนธรรมต่างๆ สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการตั้งคำถามต่ออัตลักษณ์ของเพศที่สังคมคาดว่าว่าหากเรา come out แล้ว เราต้องมีอัตลักษณ์ นิสัย หรือท่าทางตามที่สังคมคิด

9.แว่นตากรอบทอง (Gli occhiali d’oro)

โดย Giorgio Bassani นวนิยายเล่มบางที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอันเปี่ยมล้นนี้พาเราไปรู้จักกับชายหนุ่มสองคน ที่คนหนึ่งเป็นชาวยิว และอีกคนเป็น Homosexual ซึ่งทั้งสองคนอยู่ในอิตาลี ในยุคสมัยที่มุสโสลินี ต่อต้านยิวอย่างรุนแรง และการรักร่วมเพศยังเป็นเรื่องต้องห้าม

10. Tangerine เปล่า เปลือง เชื่อง ช้ำ

จากสำนัก​พิมพ์​ P.S. Publishing เรื่องราวของความสัมพันธ์ที่ไม่ถูกจำกัดไว้เพียงกรอบ ชาย – หญิง กำเนิดขึ้นจากความพยายามรีดเค้น เผชิญหน้า ต่อสู้ และกอบเก็บชิ้นส่วนมาตัดต่อเป็นเรื่องราว ส่วนผสมของความรัก ความทรงจำ ความเจ็บปวด และงดงาม 13 เรื่องรักใคร่ ที่มีใครเป็นส่วนเกินอยู่เสมอ เขียนโดย กวีวัธน์

11. ออกแบบเพื่อเท่าเทียม: ‘สะกิด‘ กรอบคิดเรื่องเพศด้วยเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (What Works: Gender Equality by Design)

โดย Iris Bohnet เพราะความเท่าเทียมทางเพศเกิดขึ้นได้หากเราออกแบบให้ทุกคนเท่าเทียม โดยนักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม Iris Bohnet พาเราไปดูตั้งแต่อคติทางเพศที่อยู่ในทุกการออกแบบ ทุกวิธีการในที่ทำงาน ที่กีดกันความเท่าเทียมทางเพศ

12. Red, White and Royal Blue

โดย Casey McQuiston หนังสือแนวโรแมนติกคอมเมดี้เป็นนิยาย LGBTQ+ ที่มีเซ็ตติ้งสุดอลังการงานสร้าง ที่โด่งดังจนได้รางวัล Goodreads Choice Awards ปี 2019 หมวดนิยายโรมานซ์ไปครอง โดยเรื่องราวเล่าถึงความสัมพันธ์ของ อเล็กซ์ แคลร์มอนต์-ดิแอซ ลูกชายของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กับเจ้าชายเฮนรี่แห่งอังกฤษ

ลองไปหาอ่านดูนะค๊า

บทความที่เกี่ยวข้อง

Share This :

บทความที่เกี่ยวข้อง