บนเวที Saturday Night Live วันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา Harry Styles เปิดโชว์ด้วยการยิงมุกใส่ตัวเองแบบไม่ยั้ง ตั้งแต่แฟชั่นสุดฟลูอิด ไปจนถึงเพลงที่โดนตีความสองแง่สองง่าม ก่อนจะโยนคำถามชวนคิด (หรือชวนชิป?) ใส่คนดูว่า “บางทีคุณอาจไม่ได้รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับผมก็ได้นะ…พ่อ”
และก่อนที่ใครจะทันตั้งทฤษฎี เขาก็เดินเกมต่อ ปฏิเสธจูบจากนักแสดงหญิง แล้วหันไปล็อกปากกับพิธีกรร่วมอย่าง Ben Marshall กลางเวทีแบบไม่ให้คนดูตั้งตัวทัน พร้อมทิ้งมุกปิดว่า “นี่แหละ queerbaiting”
แต่ล่าสุดเรื่องราวเหมือนไม่จบลงแค่นั้น เมื่อมี เสียงแตกของแฟน ๆ: ระหว่าง “ปล่อยเขาเป็นเขา” vs “มันคือการตลาดเพื่อสร้างกระแสเท่านั้น?”
ฝั่งหนึ่งมองว่า Harry Styles เขาเลือกจะไม่ติดป้ายให้ตัวเอง และกล้าที่จะพูดถึงมันแบบตรง ๆ หลังจากเงียบมานาน
แต่อีกฝั่งก็ไม่อิน บางคนรู้สึกว่าการเอาเรื่อง queer identity มาทำเป็นมุก อาจทำให้ประเด็น representation ถูกทำให้เบาลง หรือแย่กว่านั้นถูกมองว่าเป็นแค่กลยุทธ์แบรนด์มากกว่าความจริงใจ
ดีเบตนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ก่อนหน้านี้ก็มีเสียงวิจารณ์จากคนในวงการ เช่น Billy Porter ที่ตั้งคำถามถึงการที่คนดังซึ่งไม่ได้ระบุว่าเป็นเควียร์ แต่ใช้ aesthetic แบบเควียร์เพื่อสร้างภาพลักษณ์
ขณะเดียวกันท่ามกลางความไวรัลและการถกไม่รู้จบนี้ Katie Baskerville ก็ชวนให้มองอีกมุมว่า บางทีสังคมอาจกำลังให้ความสำคัญกับการคาดเดาตัวตนของคนดังมากเกินไป ทั้งที่ในความเป็นจริง ยังมีประเด็นสำคัญอีกมากที่ควรถูกพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือการเข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียม
ท้ายที่สุด การแสดงครั้งนี้อาจไม่ได้ให้คำตอบว่า Harry Styles เป็นอะไร
แต่กลับทำให้เห็นชัดขึ้นว่า เขาอยากเล่าเรื่องของตัวเองแบบไหน
และบางที คำถามที่สำคัญกว่า อาจไม่ใช่ “เขายืนยันอัตลักษณ์ทางเพศของตัวเองว่าอย่างไร”
แต่คือ “เราคาดหวังอะไรจากเขา” มากกว่าต่างหาก
ที่มาของข้อมูล:
- https://people.com/harry-styles-pokes-fun-queerbaiting-claims-kisses-snl-cast-member-watch-11926515
- https://www.aol.com/articles/years-queerbaiting-accusations-harry-styles-171915523.html
- https://www.elle.com/culture/celebrities/a70745454/harry-styles-queerbaiting-saturday-night-live-kiss/