องค์กรนี้เติบโตอย่างรวดเร็วและมีอิทธิพลอย่างมากในหมู่นักศึกษาฝั่งขวาจัด โดยมีกิจกรรมหลัก เช่น การจัดตั้งชมรมนักศึกษา การจัดเวทีอภิปรายทางการเมือง และโครงการ Professor Watchlist ซึ่งเป็นการรวบรวมรายชื่ออาจารย์ที่ TPUSA มองว่าเผยแพร่แนวคิดซ้ายสุดโต่ง หรือเลือกปฏิบัติต่อนักศึกษาอนุรักษนิยม
TPUSA ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิและผู้บริจาคสายอนุรักษนิยม รวมถึงนักการเมืองพรรครีพับลิกัน เช่น ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเคยปรากฏตัวร่วมกิจกรรมขององค์กรเพื่อรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง
การเปลี่ยนผ่านและท่าทีที่แข็งกร้าวขึ้น
ในปี 2025 หลังเหตุการณ์ลอบสังหาร Charlie Kirk ขณะกล่าวสุนทรพจน์ที่มหาวิทยาลัยยูทาห์ ภรรยาของเขา Erika Kirk ได้ขึ้นดำรงตำแหน่ง CEO คนใหม่ของ TPUSA ซึ่งมีท่าทีให้ความร่วมมือกับกลุ่มต่อต้าน LGBTQIA+ อย่างเปิดเผย
การเปลี่ยนผู้นำครั้งนี้ยิ่งทำให้ท่าทีขององค์กรต่อประเด็นสิทธิเพศมีความชัดเจนมากขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อบรรยากาศในสังคมและสถานศึกษา โดยเฉพาะต่อชุมชนคนข้ามเพศ
ตัวอย่างพฤติกรรมและแนวคิดต่อต้าน LGBTQIA+ ของ TPUSA
- Charlie Kirk เคยให้สัมภาษณ์ว่า “เสรีภาพส่วนบุคคลถูกแลกเปลี่ยนเพื่อสิทธิเล็กๆ น้อยๆ เช่น การแต่งงานเพศเดียวกันหรือการคุมกำเนิด” และยอมรับว่าองค์กรใช้กลยุทธ์แบบเดียวกับกลุ่ม LGBTQIA+ แต่เพื่อต่อต้านพวกเขา
- โครงการ Professor Watchlist ถูกวิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากรายชื่ออาจารย์ที่ถูกเผยแพร่จำนวนมากเป็นผู้สนับสนุนสิทธิ LGBTQIA+ ซึ่งต่อมาหลายคนถูกคุกคามทางอีเมลและโซเชียลมีเดีย
- TPUSA เคยเชิญบุคคลอย่าง Milo Yiannopoulos ซึ่งมีประวัติแสดงความเกลียดชังต่อเพศทางเลือก มาร่วมเวทีพูดคุยและรณรงค์
- Charlie Kirk เองเคยเปรียบคลินิกให้บริการยืนยันเพศ (Gender-affirming care) ว่า “สมควรถูกพิจารณาเช่นเดียวกับคดีนูเรมเบิร์ก” ซึ่งเป็นถ้อยคำรุนแรงและถูกมองว่าเหยียดเพศ
- สื่อในเครือ TPUSA เผยแพร่บทความและคอนเทนต์ที่โจมตีสิทธิคนข้ามเพศ รวมถึงเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับ “ภัยจากคนข้ามเพศในพื้นที่ของผู้หญิง” ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าเป็นการสร้างความเกลียดชังในสังคม
ผลกระทบต่อชุมชนคนข้ามเพศในสหรัฐฯ
ท่าทีและกิจกรรมของ TPUSA ถูกมองว่ามีส่วนผลักดันให้เกิดกระแสกฎหมายต่อต้านคนข้ามเพศมากกว่า 900 ฉบับในระดับรัฐ บางฉบับได้รับการผ่านเป็นกฎหมายจริง ส่งผลให้การเข้าถึงการศึกษาและบริการสุขภาพของคนข้ามเพศถูกจำกัดอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจุบันบรรยากาศในสถานศึกษาหลายแห่งยังเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด โดยมีรายงานการล่วงละเมิดและการใช้ความรุนแรงต่อเยาวชน LGBTQIA+ เพิ่มขึ้น นอกจากนี้หลังเหตุการณ์ Charlie Kirk ถูกลอบสังหาร ยังเกิดกระแสข้อมูลเท็จและการกล่าวโทษชุมชนนี้ว่าเกี่ยวข้องกับความรุนแรงดังกล่าว ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อผู้ที่มีอัตลักษณ์ทางเพศหลากหลาย
อย่างไรก็ตามท่าทีของ TPUSA ไม่ได้เพียงสะท้อนการต่อสู้ทางอุดมการณ์ระหว่างฝ่ายอนุรักษ์นิยมและเสรีนิยม แต่ยังมีผลกระทบจริงต่อสิทธิ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของคนข้ามเพศในสหรัฐอเมริกาอย่างลึกซึ้ง
ในขณะที่องค์กรนี้อ้างว่าเพียงปกป้อง “เสรีภาพในการแสดงความเห็น” แต่ด้านนักสิทธิมนุษยชนกลับชี้ว่าการกระทำของ TPUSA ได้สร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวในรั้วโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ทำให้ชุมชน LGBTQIA+ ต้องต่อสู้เพื่อสิทธิพื้นฐานของตนอย่างหนักหน่วงมากยิ่งขึ้น
ที่มาของข้อมูล:
- https://www.lgbtqnation.com/2025/10/charlie-kirk-and-turning-point-usas-complete-track-record-on-lgbtq-issues/
- https://www.gaytimes.com/uncloseted/turning-point-usa-complete-track-record-on-lgbtqia-issues/
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ดูเหมือนว่าเพลงใหม่ของ Billie Eilish จะดีมาก เกย์มาก และฮ็อทมาก
- Anna Camp เปิดตัวในฐานะไบเซ็กชวลอย่างภาคภูมิใจ อีกก้าวของการยอมรับตัวเองในวัย 40+
- ฉาวมาก! ผู้บรรยายโอลิมปิกพลาดท่าพูดเหยียดเพศ โดนไล่ออกทันควัน
- ยอมทำตามคำสั่งทรัมป์ คณะกรรมการโอลิมปิกและพาราลิมปิกสหรัฐฯ ห้ามนักกีฬาหญิงข้ามเพศเข้าร่วมการแข่งขัน
- UK ออกกฎหมายใหม่ ห้ามสื่อลามกที่มีฉากบีบคอ – คุ้มครองผู้หญิงและเด็กจากความรุนแรงทางเพศออนไลน์