ARTICLE

Inspired People: อลิซ กีย์-บลาเช่ ผู้หญิงที่ถูกลืม ผู้ปูทางให้วงการภาพยนตร์สมัยใหม่

Alice Guy-Blaché ผู้หญิงที่ถูกลืมผู้ปูทางให้วงการภาพยนตร์สมัยใหม่ GENDERATION

ในโลกของภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยชื่อเสียงของผู้กำกับชายอย่างชาร์ลี แชปลิน หรืออัลเฟรด ฮิตช์ค็อก มีผู้หญิงคนหนึ่งที่เงียบงันแต่ทรงพลัง เธอคือ อลิซ กีย์-บลาเช่ (Alice Guy-Blaché) ผู้กำกับหญิงคนแรกของโลก ผู้สร้างภาพยนตร์เล่าเรื่องเรื่องแรก และเป็นผู้บุกเบิกเทคนิคที่เปลี่ยนโฉมวงการภาพยนตร์ให้เป็นอย่างทุกวันนี้ แต่ชื่อของเธอกลับถูกลืมไปนาน เพราะอุตสาหกรรมนี้ถูกครอบงำด้วยอำนาจของผู้ชาย และมุมมองที่มองข้ามความหลากหลายทางเพศในประวัติศาสตร์

ชีวิตเริ่มต้น: จากเลขานุการสู่ผู้กำกับ

อลิซเกิดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 1873 ในเมืองใกล้กรุงปารีส ฝรั่งเศส พ่อของเธอเป็นเจ้าของร้านหนังสือ เป็นชาวชิลี ส่วนแม่เป็นคนฝรั่งเศส เธอเติบโตในยุคที่ภาพยนตร์เพิ่งถือกำเนิด และเริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยการเป็นเลขานุการให้กับ  Léon Gaumont  เจ้าของบริษัท Gaumont ที่ผลิตกล้องถ่ายภาพยนตร์ 

ในปี 1895 เธอได้เห็นการฉายภาพยนตร์ครั้งแรกของพี่น้อง Lumière ซึ่งจุดประกายให้เธอมองเห็นว่า ภาพยนตร์ไม่ใช่แค่เรื่องของการบันทึกภาพ แต่มันเล่าเรื่องราวได้

ด้วยความกล้าและวิสัยทัศน์ อลิซขอโอกาสจาก Gaumont ขอลองกำกับภาพยนตร์สั้น และในปี 1896 เธอสร้าง  “La Fée aux Choux” (The Cabbage Fairy)  ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องนางฟ้าดึงทารกออกจากกะหล่ำปลีตามนิทานพื้นบ้านฝรั่งเศส หนังเรื่องนี้สั้นแค่ไม่กี่นาที แต่มีความสำคัญมหาศาล เพราะเป็นหนึ่งในภาพยนตร์เล่าเรื่องเรื่องแรกของโลก ต่างจากหนังยุคนั้นที่ส่วนใหญ่เป็นสารคดีสั้น ๆ เช่น การบันทึกเรื่องคนงานหรือรถไฟ น่าเสียดายที่ฟิล์มต้นฉบับปี 1896 หายไป แต่เธอรีเมคเรื่องนี้ในปี 1900 และยังหลงเหลือบางส่วนให้เราเห็น

ความสำเร็จในฝรั่งเศส: ผู้หญิงที่ท้าทายวงการ

ระหว่างปี 1896-1907 อลิซทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายผลิตภาพยนตร์ของ Gaumont เธอกำกับ เขียนบท และผลิตหนังกว่า 100 เรื่อง เธอยังทดลองเทคนิคใหม่ ๆ เช่น การซ้อนภาพ (double exposure), การฉายฟิล์มย้อนกลับ, และการระบายสีฟิล์มด้วยมือ เพื่อทำให้หนังน่าสนใจยิ่งขึ้น ผลงานเด่นอย่าง  “La Vie du Christ” (1906)  เป็นหนังยาว 30 นาที ใช้ฉากถึง 25 ฉาก และนักแสดงนับร้อย ถือเป็นการผลิตยิ่งใหญ่ในยุคนั้น

เธอยังบุกเบิกการใช้เสียงในภาพยนตร์ด้วย “phonoscènes” ซึ่งเป็นหนังสั้นที่ซิงค์เสียงด้วยระบบ Chronophone กว่า 100 เรื่อง ระหว่างปี 1902-1906 นี่คือการก้าวล้ำไปสู่อนาคตของภาพยนตร์เสียง ก่อนที่มันจะกลายเป็นที่นิยมในอีกเกือบ 20 ปีต่อมา ความสามารถของเธอพิสูจน์ว่า ผู้หญิงก็มีศักยภาพไม่แพ้ผู้ชายในวงการที่ถูกมองว่าเป็น “ของผู้ชาย” เสมอมา

Solax: สตูดิโอของผู้หญิงในอเมริกา

ในปี 1907 อลิซแต่งงานกับ  Herbert Blaché  ช่างภาพชาวอังกฤษ และย้ายไปสหรัฐอเมริกา เธอก่อตั้ง Solax Company  ในปี 1910 ที่นิวยอร์ก และย้ายไปฟอร์ต ลี รัฐนิวเจอร์ซีย์ในปี 1912 ซึ่งเป็นศูนย์กลางหนังยุคแรกของอเมริกา 

Solax เป็นสตูดิโอที่ทันสมัย มีห้องฉาย ห้องตัดต่อ และโรงถ่ายกระจก เธอลงทุนกว่า 100,000 ดอลลาร์ กลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่เป็นเจ้าของสตูดิโอภาพยนตร์

ที่ Solax เธอสร้างหนังกว่า 300 เรื่อง ครอบคลุมทุกแนว ตั้งแต่คอมเมดี้ ดราม่า ไปจนถึงหนังตะวันตก ผลงานอย่าง “A Fool and His Money” (1912)  อาจเป็นหนังเรื่องแรกที่ใช้นักแสดงผิวดำทั้งหมด  ส่วน  “The Consequences of Feminism” (1906)  เล่นกับการสลับบทบาททางเพศอย่างชาญฉลาด ท้าทายกรอบความคิดเรื่องเพศในสังคม เธอยังมีป้ายในสตูดิโอเขียนว่า “Be Natural” เพื่อให้นักแสดงแสดงอย่างเป็นตัวเอง 

ความท้าทาย: การถูกลืมในวงการชายเป็นใหญ่

ความสำเร็จของอลิซเริ่มสั่นคลอนเมื่อวงการภาพยนตร์ย้ายไปฮอลลีวูด สตูดิโอฝั่งตะวันออกอย่าง Solax ขาดรายได้ ซ้ำร้าย Herbert สามีของเธอมีชู้และทิ้งเธอไปกับนักแสดงหญิงคนหนึ่ง Solax ล้มละลายในปี 1920 อลิซหย่ากับเขาในปี 1922 และกลับฝรั่งเศสพร้อมลูกสองคน เธอพยายามหางานในวงการฝรั่งเศสแต่ไม่สำเร็จ และเมื่อกลับไปอเมริกาในปี 1927 เพื่อตามหาฟิล์มเก่า ทุกอย่างก็สูญหายไปแล้ว

อลิซต้องเผชิญทั้งการกีดกันในที่ทำงานและการทรยศในชีวิตส่วนตัว แต่เธอไม่ยอมแพ้ อลิซเขียนอัตชีวประวัติ “Autobiographie d’une pionnière du cinéma” (ตีพิมพ์ปี 1976 หลังเธอเสียชีวิต) เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของตัวเอง และเรียกร้องสิทธิในผลงานที่ถูกมองข้าม เธอเสียชีวิตในวันที่ 24 มีนาคม 1968 ที่นิวเจอร์ซีย์ ในวัย 94 ปี จากหนังกว่า 1,000 เรื่องที่เธอสร้าง เหลือรอดมาแค่ 150 เรื่อง

การยกย่อง: การฟื้นฟูเกียรติยศของผู้หญิง

นานหลายทศวรรษที่ชื่อของอลิซถูกลืม เพราะประวัติศาสตร์ภาพยนตร์มักเขียนโดยผู้ชายและเพื่อผู้ชาย แต่ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 นักวิชาการเริ่มขุดค้นเรื่องราวของเธอ หนังสือ “Alice Guy Blaché: Lost Visionary of the Cinema” (2002) โดย Alison McMahan และสารคดี  “Be Natural: The Untold Story of Alice Guy-Blaché” (2018) กำกับโดย Pamela B. Green และให้เสียงโดย Jodie Foster ช่วยเผยแพร่ผลงานอันเป็นมรดกของเธอ เธอได้รับรางวัล Légion d’Honneur จากฝรั่งเศสในปี 1953 และรางวัลเกียรติยศจากสมาคมผู้กำกับแห่งอเมริกาในปี 2011

มรดกของอลิซ: สิทธิของผู้หญิงในวงการสร้างสรรค์

นอกจากจะเป็นผู้กำกับหญิงคนแรก อลิซ กีย์-บลาเช่ ยังเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศในวงการที่เต็มไปด้วยอคติ ผลงานของเธอ เช่น การทดลองเทคนิคใหม่ ๆ การใช้เสียง และการเล่าเรื่องที่ท้าทายกรอบสังคม เป็นรากฐานของภาพยนตร์สมัยใหม่ เธอพิสูจน์ว่า ผู้หญิงมีสิทธิและความสามารถเทียบเท่าผู้ชายในทุกด้าน แม้จะต้องเผชิญอุปสรรคมากมาย

ในยุคที่เราพูดถึงสิทธิมนุษยชนและความหลากหลาย อลิซคือตัวอย่างของผู้หญิงที่กล้าฝัน กล้าทำ และกล้าทวงคืนพื้นที่ของตัวเอง เธอสมควรถูกจดจำไม่ใช่แค่ในฐานะ “ผู้กำกับหญิง” แต่ในฐานะ “ผู้กำกับ” ผู้ยิ่งใหญ่ที่เปลี่ยนโลกภาพยนตร์ไปตลอดกาล ถ้าคุณได้ดูหนังที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ในวันนี้ อย่าลืมว่า อลิซ กีย์-บลาเช่ คือหนึ่งในคนที่เริ่มต้นมันทั้งหมด

ที่มาข้อมูล:

  1. https://www.britannica.com/biography/Alice-Guy-Blache
  2. https://amysmartgirls.com/meet-alice-guy-blach%C3%A9-the-first-female-director-4cc0e5753817
  3. https://www.domestika.org/en/blog/5376-6-filmmaking-techniques-pioneered-by-alice-guy-blache
  4. https://blogs.loc.gov/headlinesandheroes/2022/01/alice-guy-blache/

บทความที่เกี่ยวข้อง

Share This :